วันนี้ (17 พ.ค. 67) เวลา 10.00 น. ที่อาคารสหกรณ์ออมทรัพย์ กรมป่าไม้ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อการส่งเสริม สนับสนุน และการประสานงานในการดำเนินงาน ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยนายขจรศรี ชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงกับนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วม โดยมี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ นายชยชัย แสงอินทร์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ดร.ชูพงศ์ คำจวง นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนหน่วยงาน และสื่อมวลชน ร่วมในงาน
นายอนุทิน กล่าวว่า การลงนามในบันข้อตกลงความร่วมมือฯ หรือ MOU ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ได้ตระหนักถึงสถานการณ์และสภาพปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศที่เกิดจากไฟป่า และปัญหาสัตว์ป่าที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการพัฒนาส่งเสริมอาชีพหรือคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งภายใต้ความร่วมมือจะเกิดการบูรณาการดำเนินงานในกิจกรรม 4 ด้าน ให้ผู้ปฏิบัติงานทั้งสองหน่วยงานทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะเกิดประโยชน์ต่อทางราชการและพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น
สำหรับการดำเนินความร่วมมือ ทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2) ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าที่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนในพื้นที่นอกเขตป่าอนุรักษ์ 3) ด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นที่ และการพัฒนาส่งเสริมอาชีพหรือคุณภาพชีวิตของบุคคลที่อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ 4) ด้านการพัฒนาและการส่งเสริมอาชีพหรือคุณภาพชีวิตของบุคคลในชุมชน ที่เก็บหาหรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ เพื่อลดการพึ่งพาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
นายอนุทิน กล่าวว่า การดำเนินงานหรือกิจกรรมตาม MOU สอดคล้องกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เรื่องการกำหนดกิจการอื่นใดที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ที่เป็นหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการป้องกันและควบคุมไฟป่า และด้านการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าที่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน ที่กำหนดให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเจ้าพนักงานหรือผู้ช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าตามความจำเป็นและเหมาะสม
“ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ของ อปท. ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ 2562 สามารถปฏิบัติงานด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตลอดจนการดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อป้องกันภัยพิบัติอันเป็นสาธารณะซึ่งเกิดจากไฟป่า รวมถึงสามารถปฏิบัติงานด้านการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าคุ้มครองที่สร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชน ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ แต่การทำ MOU ร่วมกันของทั้ง 2 หน่วยงาน จะทำให้ต่อไปนี้การทำงานของ อปท. และ เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ทำงานร่วมกันใกล้ชิด สามารถปฏิบัติงานที่เกิดประโยชน์กับประชาชนและร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอีก” นายอนุทิน กล่าว
#WorldSoilDay #วันดินโลก #UN #FAO #GlobalSoilPartnership #MOI #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SoilandWaterasourceoflife #SustainableSoilandWaterforbetterlife #ดินดีน้ำดีชีวีมีสุขอย่างยั่งยืน #SDGsforAll #ChangeforGood
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 885/2567 วันที่ 17 พ.ค. 2567
