วันนี้ (26 มี.ค. 69) เวลา 07.00 น. ที่หอประชุมทองใหญ่ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีตักบาตรและบรรยายธรรม “โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นางนงลักษณ์ ซุ้นหั้ว ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เข้าร่วมพิธีเป็นจํานวนมาก โดยได้รับเมตตาจากพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณอารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประธานสงฆ์บรรยายธรรมบูชาคุณพระรัตนตรัย และประกาศราชธรรม
โอกาสนี้ พระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณอารยวังโส) ได้สาธยายธรรมเพื่อนำประกาศราชธรรม ใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การฟังธรรมคือการปฏิบัติธรรม คือการเคารพสักการะบูชา เคารพนับถือ ยกธรรมขึ้นเป็นยอดธงด้วยการอาศัยความเคารพอันสูงสุดใส่ใจในธรรม ซึ่งการที่จะได้ฟังธรรมนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากเฉกเช่นการที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นก็เป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้น การเกิดเป็นมนุษย์เกิดได้ยากแล้ว การได้ฟังธรรมบูชาธรรมล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากกว่า เพราะต้องอาศัยความรู้ อาศัยจิตใจที่แน่วแน่มั่นคง ความมั่นคงในการกระทำความดีไม่ใช่สักแต่ว่าทำในสิ่งที่เคยทำ การเคารพการนับถือ การบูชาจึงต้องอาศัยการปฏิบัติหรือการฟังธรรม 3 ประการ คือ สรรพ จรรยะ วิริยะ ถ้าครบ 3 ประการนี้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เคารพธรรมและตั้งใจฟังธรรม โดยมี “สติ” กำกับควบคุมจิต สรรพ-จรรยะ ควบคุมกายเพื่อประกอบความเพียรชอบให้แน่วแน่ กระทำอย่างมีสติมีปัญญา ธรรมะเป็นลักษณะธรรมที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ธรรมะเป็นหลักของจิต เป็นอาหารของใจ ผู้คบธรรมะจะมีความเจริญ แต่ผู้คบอธรรมก็จะมีความชิบหายส่วนเดียว
การจุดเทียนประกาศธรรมะ ณ สถานที่แห่งนี้ เป็นไปตามแนวความคิดและนโยบายของนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งหมายให้อำนาจแห่งธรรมสว่างแผ่กว้างออกไปให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขกับสัตว์ทั้งหลาย ความสว่างแห่งธรรมะเป็นลักษณะที่เราสังเกตได้ว่า ธรรมะให้ความสว่าง ให้ความสะอาด และให้ความสงบ มีจิตตั้งมั่นแน่วแน่สามารถพิจารณารู้ประเด็นในความเป็นจริงอย่างเป็นเหตุและเป็นผล ซึ่งความรู้เหตุรู้ผล คือ รู้ธรรมะ รู้อธรรม รู้ปัญหา ความรู้สึกที่อยู่ในอารมณ์ ซึ่งสิ่งที่สำคัญยิ่ง คือ อารมณ์นั้นทำให้เราเกิดความต้องการความทะยานอยาก เราลดความอยากได้ด้วยการฟังธรรม ประพฤติธรรม โลกนี้จะมีสันติ มีความสุขเกิดขึ้น”
การดำเนินโครงการฯ นี้ จะเสริมสร้างให้ทุกจังหวัดได้รับธรรมะอันถูกต้อง ตรงตามหลัก “ราชธรรม” โดยเจาะจงว่ายกราชธรรมขึ้นบูชาทั้งแผ่นดินเพื่อกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของข้าราชการทั้งหลายว่า “อํานาจที่เป็นธรรมเท่านั้นจะทําให้เกิดความสุขสงบได้” คนไหนใช้อํานาจไม่เป็นธรรม ไม่ชอบธรรม โลกในสังคมนี้จะบรรลัย ถ้าผู้มีอำนาจหน้าที่ไม่ประพฤติชอบธรรม บ้านเมืองย่อมชิบหายเป็นธรรมดา ดังนั้น ผู้ปกครองบ้านเมืองอันมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นต้น มีหน้าที่ คือ การใช้อำนาจหน้าที่ให้เป็นธรรม เพราะการประพฤติคือความชอบธรรม ใช้อำนาจหน้าที่เป็นธรรมะ ธรรมะย่อมสรรสร้างสังคมนั้นให้กลับไปสู่จุดเดียวกันคือ “ความสุข” ใช้ธรรมะเป็นสมบัติเพื่อการประพฤติปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่น เพื่อประโยชน์แห่งสังคม ถ้าเราเข้าใจเหล่านี้ได้ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคทุกอย่างได้ด้วยความรู้ที่ถูกต้อง ด้วยเหตุและปัจจัย ด้วยการศึกษาให้เข้าใจ และรู้ในเหตุและผลของสิ่งนั้น ๆ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุมีผลมีปัจจัยที่แตกต่างกันไป ธรรมะ คือ ความเป็นจริงโดยธรรมชาติ ไม่ได้อยู่ที่แสงเทียน ไม่ได้อยู่ที่สิ่งภายนอกทั้งปวง ธรรมะคือความจริง ถ้าทุกคนเสมอกันด้วยธรรมะ เมื่อเราและผู้ปกครองเข้าใจกันด้วยธรรมะก็จะมองทุกคนด้วยความเมตตากรุณาต่อกัน เมตตากรุณา คือ เข้าใจและมีความรักสงสารต่อกันและกัน เพราะทุกคนอยู่ด้วยธรรมะอันเดียวกัน ด้วยการมีสติ ปัญญา มีเหตุมีผล และควบคุมตนเองได้ ไม่ตกอยู่ในภาวะอารมณ์รัก ชัง อยู่ตรงจุดตัดระหว่างความเสื่อมและความเจริญ เมื่อไรก็ตามที่สติปัญญาเกิดขึ้น พวกเราทั้งหลายก็จะเจริญขึ้นด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ จะเกิดขึ้น โดยเรามีต้นแบบให้ศึกษา ต้นแบบของเราที่มีเป็นเยี่ยงเป็นอย่าง คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นแบบเป็นอย่างให้พวกเราได้ศึกษาจริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่ถวายความเคารพหรือถอนสายบัวจงรักภักดีเพียงแค่ภายนอก แต่เราเข้าถึงการเคารพ ด้วยการเข้าถึงการทำสิ่งที่ดีให้แก่พสกนิกร นำพระพุทธศาสนาเข้ามาเติมให้ได้ว่าข้าราชการทั้งหลายต้องมีความสำนึก เติมเต็มความดี ลดความชั่ว ลดส่วนเกิน ลดส่วนขาด เอาส่วนขาดเติมให้เต็ม เอาส่วนเกินออกให้ได้ นั่นคือ การเอาความชั่วออกไปให้ได้ และเติมความดีให้สมบูรณ์ ด้วยการ 1 ละชั่ว 2 ทำดี 3 ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ถ้าจิตเติมเต็มจนเป็นสมาธิอย่างแน่วแน่มั่นคง ก็ถือเป็นการน้อมนำธรรมราชา และธรรมราชินี นั่นคือ “ทศพิธราชธรรม” สู่การ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
สำหรับ “โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน” เป็นโครงการที่เกิดขึ้นโดยเมตตาของพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณอารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ฯ ประธานขับเคลื่อนโครงการฯ ซึ่งได้มีดำริร่วมกับนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางจิตใจ เสริมสร้างปลูกฝังหลักคุณธรรมนักปกครอง หรือ “ทศพิธราชธรรม” เสริมสร้างจิตวิญญาณนักปกครองและจิตวิญญาณข้าราชการทุกระดับ ตลอดจนหลักการประพฤติปฏิบัติตนเพื่อความสันติสุขและความผาสุกของสังคมให้แก่ประชาชน และองค์กรต่าง ๆ ด้วยการตามรอยพระบาทยาตราพระราชาผู้ทรงธรรมทั้ง 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติ นอกจากนี้ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ภายใต้การนำของนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้นำดำริดังกล่าว กำหนดเป็นนโยบายให้สมาชิกแม่บ้านมหาดไทยเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา
กระทั่งเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ชาวไทยทั้งประเทศต่างเศร้าโศกอาดูรย์เมื่อทราบถึงการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กระทรวงมหาดไทยและสมาคมแม่บ้านมหาดไทยจึงได้ดำเนินโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระแม่แห่งแผ่นดินผู้ทรงถือปฏิบัติทศพิธราชธรรมตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงครองแผ่นดินและพสกนิกรชาวไทยให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 257/2569 วันที่ 26 มี.ค. 2569
