วันนี้ (28 มิ.ย. 69) เวลา 11.26 น. ที่ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวกรณีประเด็นเพจเฟสบุ๊กหนึ่งปล่อยคลิปเสียงเท็จ รวมถึงประเด็นสำคัญที่เป็นที่สนใจของสังคม โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชาญวิชญ์ สิริสุนทรานนท์ สถาปนิกใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางสาวกาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธงชัย รับรอง เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตลอดชีวิตของกระผมและภรรยา กระผมรับราชการด้วยความซื่อสัตย์ ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการพัฒนาชน อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะภรรยาของกระผม ทำงานกับบริษัทต่างชาติจนเป็นที่ยอมรับ ได้รับการโปรโมทจากฝีมือการทำงาน ไม่คุ้นเคยกับระบบการเมืองหรือระบบราชการแบบบ้านเรา แต่ก็อุทิศสละเวลาเข้ามาช่วยทำงานตามฐานะหน้าที่ แม้จะมีงานบริหารกับบริษัทต่างชาติมากพอสมควร กระผมยินดีมอบประวัติโดยย่อของภรรยาให้กับทุกคนที่ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง ขอยืนยันด้วยเกียรติของปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า “ข้อมูลต่าง ๆ ที่เผยแพร่ว่ามีความเชื่อมโยงเป็นญาติกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นเท็จทั้งสิ้น” ผมเชื่อมั่นในหลักธรรมที่ว่า “ผู้จงใจกล่าวเท็จหรือทำผิดแล้วจงใจปฏิเสธ จะต้องรับผลชั่วนั้นภายใน 3 วัน 7 วัน อย่างแน่นอน” กระผมจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีเพื่อความถูกต้องชอบธรรม ไม่ว่าจะเรื่องการทำงาน และเรื่องส่วนตัวครับ
“ภรรยาผมเนี่ยเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วเขาก็ไม่สบายใจ ผมก็บอกว่าก็อย่างเงี้ยแหละ การเป็นภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยมันไม่ง่าย เพราะว่าบางทีปลัดก็โดนอะไรที่มันมันรุมเร้า ถ้าเป็นภาษาก็อาจจะโดนทำร้ายบ้าง บางทีทำร้ายปลัดไม่ได้ ก็ต้องไปหาคนใกล้ ๆ ปลัด ผมก็ให้กำลังใจเค้าว่า เนี่ยแหละภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย คนที่ทำก็คงทำร้ายปลัดไม่ได้ ก็ต้องไปหาคนที่ใกล้ชิดปลัด เดี๋ยวผู้สื่อข่าวก็จะได้เห็นประวัติของภรรยาผม ซึ่งผมก็เชื่อมั่นนะครับ ตั้งแต่ที่เขามาช่วย เขาทำงานตลอด ลาออกจากงาน 3 ปีเท่านั้นเอง ตอนที่ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ก็มาอยู่ด้วยกัน เป็นนายกเหล่ากาชาด ที่ลำพูน 2 ปี ที่ตาก 1 ปี พี่น้องประชาชนที่เราไปรับราชการที่นั่นก็รู้จักเราดี ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น”
นายอรรษิษฐ์ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่อประเด็นต่าง ๆ โดยกล่าวว่า ในฐานะปลัดกระทรวงไทย ผมเติบโตรับราชการมาตามลำดับ ซึ่งวันนี้ก็เป็นที่ทราบดี ผมไม่เคยทำอะไรที่มันไม่ถูกต้องหรือมีเรื่องที่มันไม่ถูกต้องในตัวผมเลย แต่วันนี้เมื่อมีข่าวมา มีเรื่องที่เราก็ทราบดีเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น ผมก็เป็นคนแรกที่ตัดสินใจ แล้วก็ได้ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยการให้อธิบดีมาประจำที่กระทรวง ผมได้เป็นคนตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยมีรองปลัดกระทรวงไทย ฝ่ายพัฒนาชุมชนและปกครองท้องถิ่น กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และก็ยังดำเนินการแจ้งไปที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้เฝ้ารักษาสถานที่ราชการเป็นสำคัญ ซึ่งเมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปตรวจในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก่อนที่จะเดินทางไปปารีส “ท่านก็บอกว่าเราต้องทำงานให้โปร่งใส และก็ให้ประชาชนเชื่อมั่นให้มากที่สุด” เพราะอันนี้เป็นถือว่าเป็นเหตุที่ใหญ่มาก และเป็นศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทย โดยผมในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้จบทุกประเด็น และขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าเราจะทำเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นและเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้
“ส่วนตัวผมก็คิดว่า ที่ผมเล่ามาทั้งหมดเนี่ย คือ ผมได้ดำเนินการในเรื่องจัดการกับการทุจริตมาทั้งหมด พออยู่ดี ๆ วันดีคืนดี ก็มีคลิปอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเช็คแล้วทุกคนคงรู้ว่า “มาจากต่างประเทศ” แล้วก็อ้างถึงภรรยาผม ซึ่งเดี๋ยวท่านผู้สื่อข่าวจะได้ประวัติของภรรยาผม ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรเลยกับราชการ แล้วก็ทำงานโดยเติบโตเป็นระดับสูงนะครับ และก็เคยเป็นถึงได้รับตำแหน่ง Asia Pacific Media Planner of the year ที่รับรางวัลที่สิงคโปร์ เป็นต้น ผมเคยบอกแล้วว่า สามารถสืบกันได้ แต่บางทีเราเชื่อในสิ่งที่ถูกเผยแพร่ออกมา แล้วก็พยายามจะเล่นข่าวนั้นไปเรื่อย ๆ ผมก็ยังคิดว่า ไปกลบข่าวอื่นที่กำลังเกิดขึ้นหรือเปล่า โดยเอาข่าวเนี่ยมามากลบ แล้วผู้สื่อข่าวพอเห็นข่าวนี้ก็พูด ๆ ไปเรื่อย ๆ ข่าวเดิม ๆ ที่คนที่กำลังทำความผิด กำลังทำคนเดือดร้อน กำลังเสียหายเนี่ย คนทำเค้าก็สบายใจ เพราะว่าผู้สื่อข่าวหันเหประเด็นไปแล้ว ก็มาให้ผมเนี่ยต้องมานั่งตอบคำถามในสิ่งที่คนที่กล่าวเท็จหรือทำผิดแล้วก็จงใจปฏิเสธ แล้วก็พยายามสร้างเรื่องขึ้นมา ซึ่งคนเหล่านี้ ก็แน่นอนครับ ตามหลักธรรมท่านต้องเชื่อมั่นเลยว่า 3 วัน 7 วัน เนี่ย ท่านดูเลยเขาต้องรับได้รับผลกรรมนั้นอย่างแน่นอน”
นายอรรษิษฐ์ เน้นย้ำว่า 1. ที่ผมบอกก็คือ อาจจะต้องเบี่ยงเบียนความสนใจ เพราะก่อนที่จะมีข่าวผม ท่านกำลังเล่นเรื่องอะไรกันอยู่บ้าง ผมก็ไม่รู้ แล้วพอท่านมาเปลี่ยนเป็นเรื่องผมเนี่ย เรื่องนั้น ๆ ก็จะดรอปลงไป 2. ก็แน่นอน ก็อาจจะมีคนที่ไม่หวังดีกับผม ก็พยายามจะมุ่งหวังดิสเครดิตผม พอทำไม่ได้ก็ไปหาคนข้าง ๆ คือ ภรรยาผม ซึ่งก็เป็นปกติ แต่ว่าก็ต้องก็ต้องยอมรับว่า ภรรยาผมนี่ก็ไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และก็ไม่ควรจะเอามาเกี่ยวข้องครับ”
นายอรรษิษฐ์ ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีตัวคนปล่อยคลิปว่า “ก็ไม่ทราบไงครับ ก็ไม่รู้เขาเอาคลิปมาจากไหน แล้วก็ไปให้คนต่างประเทศ รู้จักเพจนี้มั้ยล่ะ ผู้สื่อข่าวรู้จักมั้ยล่ะ ก็ต้องถามเค้าสิว่า เค้ามาจากไหน เค้าไปเอาคลิปมาจากไหน คนนั้นรู้จักผมหรือเปล่า แล้วมาพูดอย่างเนี่ย เค้าเอาหลักฐานที่ไหนมา อันนี้ง่าย ๆ ผมก็บอกแล้ว “ที่ผมไม่ให้ค่า เพราะว่าไอ้คนเหล่านี้มันไม่มีคุณค่าที่เราจะไปให้ค่า” สมมุติผู้สื่อข่าวโดนใครก็ไม่รู้มากล่าวหา แล้วมันไม่จริงเนี่ย แล้วท่านทำยังไง ท่านรู้สึกยังไง ก็รู้สึกเหมือนผมนั่นแหละ แต่ความที่ผมเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมต้องทำหน้าที่นี้ต่อไป แล้วก็ทำให้ดีที่สุด ต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้เด็ดขาด แล้วต้องหาคนที่มันทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดอย่างนี้ ท่านบอกที่ท่านพูดก็แค่ว่า “แค่คลิปเดียวเนี้ยมันถูกต้องหรือเปล่า” ท่านไม่ได้พูดถึงทั้งหมดเลย แต่ว่าคนก็พยายามเอาไปตีความว่า ตรงเนี้ย ท่านนายกรัฐมนตรีบอกเลิกแล้ว ไม่ทำแล้ว มันไม่ใช่เลย ผู้สื่อข่าวรู้ดี ทุกคนที่มีวิจารณญาณรู้ดี เราเลิกได้ยังไง เมื่อพี่น้องประชาชนต้องการความจริง ประชาชนต้องการความกระจ่าง ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ใครมีหลักฐานอะไรก็แจ้งมา ที่ผมทำหนังสือไปให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม ท่านก็แจ้งมาเลยนะครับ ใครมีหลักฐานแจ้งมาสิ ท่านนายกฯ ก่อนไปปารีส ท่านเซ็นลงนามให้ศูนย์บริการประชาชนที่สำนักนายก ให้ปลัดสำนักนายกฯ รับเรื่องร้องทุกข์อีกทางหนึ่ง ซึ่งอันเนี้ยใครเดือดร้อนใครเสียหายแจ้งมาเลย กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่อย่างเดียว คือ ทำเรื่องนี้ให้โปร่งใส ให้กระจ่าง นั่นคือศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยครับ”
ในส่วนกรณีคนชื่อส้ม นายอรรษิษฐ์ ตอบผู้สื่อข่าวว่า “ก็ไม่รู้จักนี่ครับ ผมไม่รู้จักอะไรเลย ต้องไปถามเขาด้วยว่า เขาเอามาจากไหน ผมไปรู้จักได้ยังไง ที่อ้างถึงว่าเป็นญาติกับผู้หลักผู้ใหญ่เนี่ย ก็ไม่จริงแล้ว แล้วมันก็ขยายทำไปเรื่อย ๆ แล้วคนก็เชื่ออย่างนั้น ถามว่าไปพูดถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอย่างนั้นเนี่ย ท่านเสียหายหรือเปล่า “น้องท่านเนี่ยรู้จักกัน Line มาถามผมว่าภรรยาท่านเป็นญาติกับผมเหรอ” เค้ารู้ดีอยู่แล้วว่ามันเกิดเหตุการณ์ที่ต้องสร้างอะไรขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่ผิดอยู่ และวันนี้ถ้าเราเลิกติดตามในสิ่งที่ผิด ๆ นี้ แล้วไปติดตามสิ่งที่มันไม่ถูกต้องที่เราดำเนินการอยู่ที่แท้จริงเนี่ย เราจะได้เห็นสิ่งที่แท้จริงเกิดขึ้น”
นายอรรษิษฐ์ ยังได้ตอบถึงกรณีที่ว่าเชื่อมโยงกับการย้ายผู้บริหารจังหวัดภูเก็ตหรือไม่ โดยกล่าวว่า “ต้องถามคนทำ ว่าคนทำเค้ารู้สึกยังไง เพราะที่บอก กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ทำทุกอย่างให้มันคลี่คลาย ปัญหาที่มันเกิดขึ้น ที่ผู้สื่อข่าวถามเมื่อกี้ คือ ผมก็เป็นคนมีคำสั่งย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัด 2 คน เพราะปัญหาทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นแล้วมันไม่ถูกแก้ไข มันก็ต้องคลี่คลาย ผมก็เลยต้องทำอย่างนั้น แล้วก็เรียนท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านก็เห็นด้วยว่า มันต้องทำอย่างเนี้ยถูกต้อง แล้วก็คนใหม่ก็เข้าไปดำเนินการ แล้วผมเชื่อว่าทุกอย่างเนี่ยมันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน
ผู้สื่อข่าวได้ตั้งคำถามว่าเกิดความขัดแย้งในกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ โดยนายอรรษิษฐ์ได้ตอบว่า “ชีวิตผมเนี่ย ไม่เคยมีความขัดแย้งกับใครเลย ทำงานด้วยหน้าที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็ก ๆ จนขึ้นมาเป็น ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นรองอธิบดี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นต้น ที่เรียนไป ผมคิดว่า ความขัดแย้งเนี่ย ถ้ามันจะเกิดขึ้น มันอาจจะเกิดจากคนอื่นที่อาจจะชักนำหรือเสี้ยมหรืออะไรก็แล้วแต่ให้มันเกิดขึ้น แต่ถ้าคนมีสติ แล้วก็คิดได้ว่า เรามาอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญเพื่อทำงานให้พี่น้องประชาชนแล้วเนี่ย คือ อย่าไปคิดเรื่องอื่น “คิดเรื่องหน้าที่ของตัวเองเป็นหลัก” หน้าที่คือหน้าที่ การที่เราได้รับราชการตั้งแต่วันแรกที่เราสอบเข้ามาเนี่ย ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าสุดท้ายจะเป็นตำแหน่งอะไร แต่ว่าการเราทำงานมาเรื่อย ๆ เนี่ย มันก็ทำให้เราบางคนเติบโตมาตรงนี้ บางคนก็อยู่ตำแหน่งนี้ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 บอกว่า “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” , “รู้ รัก สามัคคี” เนี่ยมันสำคัญที่สุด เราได้ยินมาอย่างเนี่ยนะครับ “เราสืบสาน รักษา ต่อยอด” ว่าไอ้สิ่งที่องค์กรจะอยู่ได้เนี่ย ก็อยู่ด้วยความสามัคคี ใครก็ตามที่ทำลายความสามัคคีที่เกิดขึ้นในองค์กร หรือสร้างความแตกแยกในองค์กร คนนั้นแหละครับคือคนที่จะต้องได้รับผลกรรมในอนาคตอย่างแน่นอน”
นายอรรษิษฐ์ ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีสอบท้องถิ่น โดยกล่าวว่า ตามที่เราได้ตั้งกรรมการ โดยมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย (ท่านสันติธร ยิ้มละมัย) ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ท่านก็ได้มีข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้นแล้ว แล้วก็พร้อมที่จะรายงานเมื่อครบกำหนด และหลังจากนั้น เราก็จะรายงานท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะเอาผลการสอบไปดำเนินการขยายผลต่อไป “เราต้องทำเรื่องนี้ให้เคลียร์ที่สุด ให้โปร่งใส และก็ให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ขอให้เชื่อมั่นได้เลยครับ เราทำอย่างเต็มที่แน่นอน”
กรณีการรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ นายอรรษิษฐ์ ตอบว่า “เรารับเรื่องมา แล้วก็ดูประเด็นที่เขาแจ้งมาว่า เป็นประเด็นอะไร เช่น สมมุติถ้าเขาบอกว่าเค้าทำสอบได้ แล้วก็ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อ เราก็มาเทียบกับใบสอบจริงที่อยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่เขาใช้จริงเนี่ย หรือบางคนก็บอกว่ามีคนมาเรียกรับ แล้วก็สอบไม่ได้ เราก็ต้องสืบต่อไป อันนี้ก็มีหลายประเด็น เราต้องทำทุกประเด็นให้กระจ่างแจ้งครับ”
นายอรรษิษฐ์ ได้เน้นย้ำอีกว่า “ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีความห่วงใยเรื่องนี้ แล้วก็พยายามที่ให้ดูจุดสำคัญที่เกี่ยวกับคดีนี้ ท่านสั่งการผม ผมก็สั่งการ อส. และกรม ปภ. ไปเฝ้าสถานที่ราชการที่สำคัญ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะเดินทางไปปารีส ท่านก็ไปเยี่ยมดูว่าเป็นยังไงบ้างในในพื้นที่ ท่านก็ได้เห็นสภาพว่า เราก็ได้มีการคุ้มกันอย่างรัดกุม” และ “แน่นอนครับ เราต้องตรวจสอบจนจนถึงสุดท้าย ถึงต้นตอคนสำคัญ เราจะไม่มาเอาแค่คนที่เราจับได้ว่าเค้าทำความผิด แต่เราต้องถามว่าเค้าติดต่อใครด้วย อันนี้เราต้องไปถึงจุดสุดท้าย ที่ผมบอกแล้ว ต้องทำประเด็นนี้ให้เคลียร์ เคลียร์ก็คือต้องบดทั้งหน้ากระดาน ใครที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเนี้ย ต้องเอาคนทำความผิดมาลงโทษให้ได้”
นายอรรษิษฐ์ กล่าวอีกว่า การที่เราตั้งกรรมการสอบโดยเวลาเวลาอันสั้น เราก็จะได้ข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงที่เรามีอยู่ แต่ยังไงก็ตามข้อเท็จจริงเราสามารถสรุปได้ส่วนนึง เราก็จะขยายผลต่อไป แต่ว่าการดำเนินการทางอาญาที่เราไปแจ้งความ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ไปแจ้งความด้วย ทางตำรวจเขาก็ดำเนินการควบคู่กันไป ก็จะมีทั้งทางวินัยและทางอาญาที่มันจะเกิดขึ้น เรากำลังตรวจสอบอยู่ว่ามีจุดไหนบ้าง เราตรวจสอบทั้งประเทศ แล้วเราก็ให้ทุกที่ได้สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ทั่วประเทศเลย เราแจ้งผู้ว่าการจังหวัดไปแล้ว ผู้ว่าการจังหวัดก็รับทราบแล้วก็พยายามที่จะดูแลในพื้นที่ของตัวเองนะครับ สำหรับผู้ที่เสียหายก็อย่านิ่งนอนใจ บางทีเราคิดว่าเราช่างมัน ถ้าเราช่างมันเนี่ย เราก็จะปล่อยให้คนชั่วลอยนวล
นายอรรษิษฐ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีปลัดจังหวัดภูเก็ต โดยกล่าวว่า “มันมี 2 ส่วน มีคดีอาญา เป็นส่วนอำนาจหน้าที่ของตำรวจ สุดท้ายถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ตำรวจเขาส่งให้เราอยู่แล้ว ในส่วนของเรา เราตรวจสอบว่าถ้ามีการทุจริตมีใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เราตรวจสอบทั้งหมดอยู่แล้ว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า กรณีการรายงานตัวสอบบรรจุวันที่ 1 ก.ค. 69 นี้ “ตอนแรกกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบอกให้ชะลอการรายงานตัวก่อน พอตอนหลัง มติ ก.กลาง ให้รายงานตัว เพราะฉะนั้น ใครไม่มารายงานตัวถือว่าสละสิทธิ์อยู่แล้ว ในส่วนของการสอบสวนข้อเท็จจริง เราประสานงานกันตลอด ทั้งตำรวจ และป.ป.ช. เราเอาข้อมูลมาชนกัน ข้อมูลต้องเป็นหนึ่งเดียว เขาสอบสวนทางอาญา เราสอบสวนทางวินัย ทุกอย่างข้อมูลต้องมาชนกันนะ แล้วก็จะดำเนินการนะครับ “เราทุกคนร้อนใจ อยากจะถามว่าเป็นยังไง ตอนนี้ตรวจสอบภายใน 7 วัน ตอนนี้ใกล้เวลาแล้วนะครับ แล้วสิ่งเหล่านั้นเนี่ยจะเฉลย เมื่อการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงมันออกมาแน่นอน ขอให้ไว้วางใจได้ ไม่มีปล่อยปะละเลยแน่นอน ใครผิดก็ต้องรับผิด”
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 597/2569 วันที่ 28 มิ.ย. 69
