วันนี้ (30 มี.ค. 69) เวลา 14.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมสามัญประจำปี คณะกรรมการบริหารมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” โดยมี นายอารีย์ วงศ์อารยะ ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ นายวิชัย ศรีขวัญ ร้อยตำรวจโท อาทิตย์ บุญญะโสภัต นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และผู้แทนจากส่วนราชการและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference
สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ในครั้งนี้ เพื่อติดตามและสรุปผลการดำเนินงานของโครงการในรุ่นที่ผ่านมา พร้อมทั้งพิจารณาอนุมัติแผนการจัดกิจกรรมใน รุ่นที่ 46 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกเยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเตรียมความพร้อมของครอบครัวอุปถัมภ์ในเขตภาคกลางและอันดามัน รวมถึงการปรับตารางกิจกรรมให้สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมและศาสนกิจในช่วงเดือนรอมฎอน ตลอดจนได้มีการพิจารณาอนุมัติ ปรับเปลี่ยนรายชื่อคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เพื่อดึงบุคลากรระดับผู้บริหารจากส่วนราชการและส่วนท้องถิ่นเข้ามาร่วมขับเคลื่อนโครงการให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างเครือข่ายเยาวชนพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสนับสนุนงานของมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ และภาคเอกชน มาโดยตลอดจวบจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรามีองคาพยพทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค จังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้นำในพื้นที่ของเราสามารถเข้าไปในพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนสร้างความใกล้ชิด และคัดเลือกเด็กเยาวชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างเต็มที่
“การจัดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ถือเป็นการเปิดโอกาส เปิดโลกทัศน์ใหม่ ให้กับเยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ต้องเติบโตมาท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้ง ได้เห็นสังคมที่กว้างขึ้น ผ่านการเปรียบเปรยน้อง ๆ เยาวชนเหล่านี้เสมือนเป็น “ลูกของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ” ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันให้ความสำคัญและดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งจากครอบครัวอุปถัมภ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นการดูแลทั้งด้านความเป็นอยู่และการเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน บนพื้นฐานของการเคารพในความแตกต่างทางความคิดเห็นและความเชื่อ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต เปิดโลกทัศน์ และปลูกฝังคุณค่าของการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายให้เยาวชนได้เรียนรู้ เติบโต และก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง เป็นกำลังสำคัญของสังคมไทยในอนาคตอย่างภาคภูมิ” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ตลอดระยะเวลาโครงการกว่า 46 ปีที่ผ่านมา เราได้ต่อเติมความฝัน สร้างสรรค์แรงบันดาลใจให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมให้เติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า พร้อมกลับไปเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ โครงการฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ 9 จังหวัดภาคกลาง มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ขณะที่พื้นที่จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 23 เมษายน 2569
“ต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ที่ได้ให้การสนับสนุนทุกโครงการของมูลนิธิฯ มาโดยตลอด และอยากเน้นย้ำให้จังหวัดได้ประสานงานกับพี่เลี้ยงเยาวชน (ซึ่งมาจากที่ทำการปกครองจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด และสมาคมเยาวชนสานใจไทย สู่ใจใต้ เพื่อติดตามถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเยาวชนและครอบครัว และหมั่นตรวจเยี่ยมในช่วงที่เยาวชนพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ โดยดูแลเสมือนเป็นลูกหลานของเรา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป“
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 275/2569 วันที่ 30 มี.ค. 2569
