วันนี้ (31 มี.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมราชบพิธ อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงมหาดไทย (ศบก.มท.) มอบหมายให้ นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศบก.มท. เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงมหาดไทย (ศบก.มท.) โดยมี นายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย นางสาวกาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายบูรณิศ ยุกตะนันทน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาด พร้อมผู้แทนกรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และหัวหน้าหน่วยงานระดับสำนัก กอง ศูนย์ ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 736/2569 ลงวันที่ 25 มี.ค. 69 จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงมหาดไทย (ศบก.มท.) ทำหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้น และบูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดแนวทาง มาตรการ และแผนการช่วยเหลือประชาชน สั่งการและประสานการปฏิบัติงานของจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานต่อศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบอย่างถูกต้อง
การประชุม ศบก.มท. ในวันนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำภารกิจสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการประสานงานเพื่อสั่งการจังหวัดให้ดำเนินการเรื่องต่าง ๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์คอยติดตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการรายงานข้อมูลด้านน้ำมัน การติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว การขับเคลื่อนมาตรการประหยัดพลังงานเชิงรุกให้เป็นรูปธรรม การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชน โดยกำหนดให้เป็นประเด็นการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และผู้ตรวจราชการกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ กรมการปกครองยังได้รายงานสถานการณ์ปริมาณน้ำมันและความต้องการใช้น้ำมัน ณ สถานีบริการน้ำมัน 878 อำเภอ ซึ่งปลัดจังหวัด นายอำเภอ และปลัดอำเภอ ได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพบว่า สถานการณ์มีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้น และจากการตรวจคลังน้ำมันทั้ง 92 แห่ง พบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุผิดปกติ โดยในขณะนี้ ฝ่ายปกครองได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายความมั่นคง เฝ้าระวังบริเวณพื้นที่ชายแดนประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเข้มงวด
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 280/2569 วันที่ 31 มี.ค. 2569
