วันนี้ (28 พ.ค. 69) เวลา 09.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านบริหาร เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจราชการของกระทรวงมหาดไทย เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในหน่วยงานของรัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 2 หน่วยรับการตรวจราชการ (จังหวัด) พร้อมมอบแนวทางแก่หน่วยรับตรวจราชการ โดยมี นายสมภพ สมิตะสิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นางสาวกาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน ตลอดจนคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 200 คน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม Ballroom โรงแรมอมารี หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
นายโชตินรินทร์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในด้านการตรวจราชการ ซึ่งเป็นกลไกที่มีความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดินในการติดตามความก้าวหน้า รับทราบปัญหาและอุปสรรคของพื้นที่ โดยบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการตรวจราชการของหน่วยรับการตรวจและเจ้าหน้าที่สนับสนุนการตรวจราชการ จึงมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้การปฏิบัติราชการอันเกี่ยวกับกระทรวง กรม หรือตามมติของคณะรัฐมนตรี หรือข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ตลอดจนการกำกับดูแลและตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้ง รัฐบาลได้กำหนดให้มีการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ที่จะช่วยติดตามดูแลความโปร่งใสของทุกหน่วยงาน ส่งผลให้หน่วยงานราชการต้องปรับเปลี่ยนการตรวจราชการ ให้สอดรับกับการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานที่จะต้องโปร่งใส สามารถตอบสนองต่อนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลได้
“สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า “การเป็นผู้นำนั้น ต้องให้รองเท้าขาดก่อนกางเกง คือ ต้องออกตรวจตราจนรองเท้าขาด ไม่ใช่นั่งเก้าอี้จนกางเกงขาด เพราะหลักโบราณก็มีอยู่ว่า “จงคิด จงสั่ง จงตรวจ” จากคำกล่าวข้างต้นขององค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้นำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ โดยเฉพาะแนวคิดเกี่ยวกับการตรวจราชการ เพื่อจะต้องออกไปตรวจตราพื้นที่ ให้เห็นสภาพข้อเท็จจริงของความเป็นอยู่ของราษฎร ให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด” นายโชตินรินทร์ กล่าวเพิ่มเติม
นายโชตินรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดโครงการในวันนี้ ถือเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างศักยภาพ สมรรถนะ และเครือข่ายในกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการพัฒนาองค์กรให้ยั่งยืน โดยเฉพาะบุคลากรด้านการตรวจราชการ ได้นำการประยุกต์ใช้ดิจิทัล อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการจัดทำรายงานการตรวจราชการ เพราะเป็นกลไกสำคัญในการปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตลอดจนเป็นการพัฒนามาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพให้เป็นรูปธรรม เพื่อเป็นการตระหนักและสร้างจิตสำนึกในการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในหน่วยงานภาครัฐต่อไป
การจัดโครงการฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นของหน่วยรับการตรวจราชการ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุ้มค่าตามหลักธรรมาภิบาล ตลอดจนสร้างเครือข่ายผู้รับการตรวจราชการให้สามารถตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจราชการและการเตรียมความพร้อมในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 200 คน ประกอบด้วย บุคลากรจากสำนักงานจังหวัด 76 จังหวัด และเจ้าหน้าที่สนับสนุนการตรวจราชการ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (ส่วนกลาง)
สำหรับการดำเนินโครงการฯ มีระยะเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 27 – 29 พฤษภาคม 2569 โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยายให้ความรู้ ได้แก่ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 วิทยากรจากสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงาน ป.ป.ช. นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี การจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์เครือข่ายและทีมปฏิบัติงานที่เข้มแข็ง การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) รวมถึงกิจกรรม Walk Rally เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 487/2569 วันที่ 28 พ.ค. 69
