วันนี้ (9 มิ.ย. 69) เวลา 10.00 น. นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน/ หัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา และสถานการณ์ด้านความมั่นคงภายใน ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี โดยมี นายสุทธิพงษ์ พุทธจันทรา ปลัดจังหวัดราชบุรี น.ส.อรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรเดช โปสพันธุ์ นายอำเภอบ้านคา พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
นายภาสกร กล่าวว่า ในวันนี้ตนมีความดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาตรวจราชการที่อำเภอบ้านคา ซึ่งในอดีตตนได้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอคนแรก ภายหลังการยกฐานะ จาก “กิ่งอำเภอ” เป็น “ที่ว่าการอำเภอบ้านคา” เปรียบเสมือนได้กลับมาเยี่ยมเยียนบ้าน และติดตามผลการทำงานในหลายด้านที่ได้ริเริ่มเอาไว้
“การลงพื้นที่วันนี้ มีภารกิจสำคัญที่ตนอยากมาติดตามในหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นผู้หนีภัยจากการสู้รบจากประเทศเมียนมาที่ได้อยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ บ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการ โดยขณะนี้มีแนวนโยบายในการพัฒนาศักยภาพกลุ่มคนเหล่านี้ให้สามารถออกไปทำงานได้ และมีสถานะทางทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการให้สัญชาติ แต่คือการทำให้ภาครัฐมีข้อมูลทางทะเบียนเพื่อติดตามสถานะของเขาได้สะดวก และมีกฎหมายรองรับต่อการใช้ชีวิตในเบื้องต้น” นายภาสกร กล่าว
นายภาสกร กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นด้านการปราบปรามยาเสพติดและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ นับเป็นนโยบายเร่งด่วนและเป้าหมายสำคัญที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยได้เน้นย้ำให้นายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ในฐานะผู้นำหน่วยงานฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่ ร่วมมือบูรณาการการทำงานอย่างสอดประสาน เพื่อกวาดล้างปัญหายาเสพติดและภัยความมั่นคงทั้ง 9 ประเด็นหลัก ได้แก่ การบุกรุกที่ดินสาธารณะ, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี, ธุรกิจนอมินีแอบแฝง, ยาเสพติด, การฟอกเงิน, ผู้มีอิทธิพล, หนี้นอกระบบ, ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง ทั้งนี้ ขอให้อำเภอระดมสรรพกำลังจากเครือข่ายชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้ปรากฏผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและฉับไวภายในกรอบเวลา 120 วัน เพื่อคืนความสงบสุขและสร้างความปลอดภัยที่ยั่งยืนให้แก่พี่น้องประชาชน
“เราต้องช่วยกันทำให้อำเภอบ้านคา เป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้โดยถ้วนหน้า ตลอดจนได้รับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยทุกท่านในวันนี้จะต้องร่วมกันยึดถือในแนวทางการทำงานด้วยหัวใจ “รุก รบ” พร้อมทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มงานดำรงธรรม ที่ต้องเป็นผู้คอยรับเรื่องร้องเรียนและประเด็นปัญหาจากชาวบ้าน ซึ่งถ้าหากเรานั่งอยู่แค่บนโต๊ะ คอยแต่ส่งต่อเรื่องให้กับส่วนอื่นก็ย่อมจะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ฉะนั้นขอให้ทุกท่านได้ตระหนักว่า “ทุกปัญหาเราต้องมั่นใจว่าไม่มีอะไรที่จะทำไม่ได้ ทุกปัญหาแก้ไขได้หมด จะเร็วจะช้าอยู่เพียงแค่กระบวนการทำงานของแต่ละคน” วันนี้ตนมาลงพื้นที่ตรวจติดตามการทำงาน ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมายอย่างเต็มศักยภาพ ช่วยกันพัฒนาอำเภอและความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนบ้านคา จังหวัดราชบุรีให้ดียิ่งขึ้นสืบไป” นายภาสกร กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 527/2569 วันที่ 9 มิ.ย. 2569
