วันนี้ (23 มิ.ย. 2569) นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางการกำกับดูแลสินค้าเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกในภาวะวิกฤตราคาพลังงาน ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพิจารณาแนวทางบริหารจัดการและโครงสร้างกลไกการทำงานในการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ภายหลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานมีความผันผวนและการขนส่งวัตถุดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซติดขัด ดันราคาเม็ดพลาสติกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและกระทบต่อต้นทุนบรรจุภัณฑ์ของผู้ประกอบการ
โดยที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์และมาตรการกำกับดูแลที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ประกาศให้ “เม็ดพลาสติก” เป็นสินค้าควบคุม พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์การรายงานข้อมูลของผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ซื้อเพื่อลดภาระภาคเอกชน นอกจากนี้ยังได้เห็นชอบการกำหนดบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป้าหมายที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน 5 รายการหลัก ได้แก่ กล่องอาหารพลาสติก ถุงพลาสติกร้อน-เย็น ถุงพลาสติกหูหิ้ว ถุงขยะ และถุงกระสอบสานสำหรับสินค้าเกษตร เพื่อวางกลไกติดตามดูแลด้านปริมาณและราคาอย่างใกล้ชิด ให้มั่นใจว่ามีสินค้าเพียงพอในราคาที่สมเหตุสมผล
สำหรับประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนครั้งนี้ คือการยึดหลักแนวคิด “5พ” (เพียงพอ ไม่แพง ลดพึ่งพา เพิ่มประสิทธิภาพ และพร้อมสู่ความยั่งยืน) โดยแบ่งแนวทางดำเนินงานออกเป็น 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย ด้านความมั่นคงและเพียงพอ มุ่งกำกับดูแลราคาและปริมาณไม่ให้เกิดการกักตุน ด้านพัฒนาการมาตรฐาน มุ่งส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการรีไซเคิล (Design for Recyclability: D4R) ลดการใช้พลาสติกใหม่และสร้างแบรนด์รับรองสิ่งแวดล้อมระดับชาติ และด้านความยั่งยืน ที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มอัตราการรีไซเคิลพลาสติกจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 30 ในปี 2570 พร้อมเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 2571
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะเข้าไปมีบทบาทสำคัญผ่านคณะอนุกรรมการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืน โดยผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะร่วมขับเคลื่อนแผนงานส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางในระดับครัวเรือน การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อสร้างแรงจูงใจด้านค่าธรรมเนียมขยะ ตลอดจนการขยายจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว (Drop-off point) และธนาคารขยะให้ครอบคลุมชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งทุกคณะอนุกรรมการฯ จะต้องรายงานความคืบหน้าให้ฝ่ายเลขานุการทราบในทุก 3 เดือน เพื่อให้การแก้วิกฤตพลังงานและขยะพลาสติกของประเทศเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 576/2569 วันที่ 23 มิ.ย. 2569
