วันนี้ (10 ก.ค. 69) เวลา 10.30 น. ที่ด่านศุลกากร สะเดาแห่งใหม่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากร สะเดาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม โดยมี นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐมาเลเซีย ร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ และมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่โอบคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวิศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาว ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตลอดจนข้าราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธี
ในโอกาสแรกนายอนุทิน ได้รับมอบความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) เพื่อสนับสนุนการบรรเทาผลกระทบ และฟื้นฟูความเสียหายจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียนายกรัฐมนตรีไทย ได้จับมือแสดงความยินดี ณ จุดกึ่งกลางระหว่างประตูด่านชายแดนและร่วมถ่ายภาพประวัติศาสตร์ร่วมกัน โดยมีขบวนแถวทหารกองเกียรติยศให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ก่อนจะร่วมกันทำพิธีเปิดแผ่นจารึกโครงการ (plaque) และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันซึ่งทางฝ่ายมาเลเซียจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่คณะผู้แทนไทย พร้อมทั้งรับชมวีดิทัศน์โครงการส่งเสริมความเชื่อมโยงชายแดนและกล่าวถ้อยแถลงแสดงความยินดีในความสำเร็จร่วมกัน
“โครงการจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่นี้ ถือเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่รวมกว่า 596 ไร่ 1 งาน 18 ตารางวา เพื่อมุ่งเน้นการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมร่วมกับด่านบูเกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะห์ ของประเทศมาเลเซียอย่างเป็นระบบ โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพในการรองรับการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน รวมถึงบรรเทาปัญหาความแออัดด้านการจราจรของประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่นี้จัดเป็นด่านทางบกที่มีมูลค่าการค้าสูงสุดของประเทศ ซึ่งมีความพร้อมในการรองรับปริมาณรถบรรทุกสินค้าขนส่งระหว่างประเทศได้มากกว่า 2,000 คันต่อวัน และคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้จากจัดเก็บภาษีอากรศุลกากรได้มากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทยและมาเลเซียได้อย่างเต็มศักยภาพ“
ทั้งนี้ จุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ จะได้เปิดให้บริการประชาชนทั่วไป ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ตามมติของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและระยะเวลาในการรอผ่านด่านของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญต่อไป
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 643/2569 วันที่ 10 ก.ค. 2569
