วันนี้ (26 ส.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่ห้องธนกร 1-2 มณฑาทิพย์ ฮอลล์ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 รอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นางอรจิรา ศิริมงคล อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นางนงลักษณ์ ซุ้นหั้ว ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุดรธานี คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ พัฒนาการจังหวัด นายอำเภอ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และภาคีเครือข่าย เข้าร่วม
โอกาสนี้ นายสยาม นำผู้ร่วมพิธี ถวายธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา แล้วกล่าวเปิดการประกวด พร้อมร่วมกับคณะกรรมการคัดเลือกผลงานหัตถกรรม รวมถึงผลงานผ้าที่เข้ารอบระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อคัดเลือกเข้าสู่รอบตัดสินระดับภาค (Quarter Final) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 ก.ย. 69 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ต่อไป
นายสยาม เผยว่า การจัดประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม รอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดอุดรธานีในวันนี้ ถือเป็นจุดดำเนินการใหญ่ เพราะมีสถิติจำนวนผ้าลายพระราชทานที่เข้าประกวดตั้งแต่การประกวดปีแรกถึงปีปัจจุบัน “ภาคอีสานเป็นภาคที่มีการส่งผลงานเข้าประกวดมากที่สุด” เพราะ “คนอีสานมีภูมิปัญญาด้านหัตถศิลป์หัตถกรรมมาก และมีคนที่อยู่ในแวดวงสังคม และอยู่ในหมู่บ้าน/ท้องถิ่นต่าง ๆ ผู้ทำงานหัตถศิลป์หัตถกรรมจำนวนมาก” โดยเฉพาะในปีนี้ ทั้งประเทศมีผู้ส่งผลงาน 10,948 ชิ้นงาน ในจำนวนนี้เป็นผลงานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6,144 ชิ้นงาน คิดเป็นร้อยละ 56 ของผลงานทั้งหมด
นายสยาม กล่าวว่า ปี 2569 นี้ถือเป็น “ปีทองของผู้ที่อยู่ในแวดวงผ้าและงานหัตถกรรม” ดังปรากฏผ่านสื่อสารมวลชนทั้งในประเทศและทั่วโลกว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัว “ชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทย ในศึก Asian Games 2026” ซึ่งเป็นผลงานจากพระอัจฉริยภาพของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ซึ่งใช้ผ้าย้อมครามจากสกลนคร “กลุ่มดอนกอยโมเดล” ความยาวร่วม 3,200 เมตร และเป็นชุดนักกีฬาที่เป็นชุดพิธีการแบบเดียวในโลกที่เป็น “ผ้าทอมือ 100%” จึงต้องขอขอบคุณท่านรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และท่านองอาจ ซองทุมมินทร์ พัฒนาการจังหวัดสกลนคร พร้อมทีมงาน ที่ได้ลงพื้นที่น้อมนำพระดำริติดตามการย้อมผ้า การถักทอ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กระทั่งปรากฏผลประจักษ์ดังชุดพิธีการฯ ดังกล่าว
“จะเห็นได้ว่า ในช่วง 6-7 ปีที่พระองค์ได้พระราชทานพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เป็นเส้นทางที่นำผ้าไทยได้ออกสู่สายตาของสากลอย่างแท้จริง ทั้งผ่านการประกวด การนำเสนอแบรนด์ระดับสากล และผ้าไทยสามารถสอดแทรกไปได้ในทุก Events สำคัญของโลกใบนี้ อาทิ นิทรรศการราชพัสตราสู่สากล (La Mode en Majesté – Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity) กลางกรุงปารีส, นิทรรศการ Colors of Buriram ในงาน Moto GP การนำเสนอชุดผ้าไทยกลางกรุงปารีส จึงฝากให้พวกเราชาวมหาดไทยได้ทราบและตระหนักถึงทิศทางการส่งเสริม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ว่า สามารถไปสู่สายตาชาวโลกอย่างแท้จริง และเร็ว ๆ นี้ เราจะร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมน้อมนำพระดำริแผ่ขยายภูมิปัญญาผ้าไทยไปในทุกพื้นที่ต่อเนื่อง” นายสยาม กล่าว
นายสยาม กล่าวเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงรวบรวมภูมิปัญญาผ้าไทยผ่านลวดลายที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชนท้องถิ่น ผ่านลายพระราชทานที่ให้พวกเราได้ประกวด เพื่อให้เกิดการพัฒนาในเชิงคุณภาพ ทั้งลวดลาย สี เทคนิคการทอ ทั้งยก จก หมี่ ขิด พิมพ์ลายบาติก ซึ่งเราสามารถจำแนกเส้นทางผ้าไทยได้ว่า การรวบรวมภูมิปัญญาเป็น “ต้นน้ำ” การประกวดและการส่งเสริมให้เกิดการผลิต การดีไซน์ คือ “กลางน้ำ” และช่องทางในการนำเสนอสู่สายตาผู้บริโภคทั้งชาวไทย และนานาประเทศ คือ “ปลายน้ำ” สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พระองค์ได้พระราชทานให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และยังโอบล้อมไปด้วย “การสร้างให้เกิดความยั่งยืนในทุกมิติ” สอดรับกับบริบทของโลก นั่นคือ Sustainable Fashion โดยทรงส่งเสริมแผ่ขยายไปสู่แวดวงคนรุ่นใหม่ ๆ และเป็นสากล ที่ทำให้เกิดการสืบสาน ต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยให้มันโตขึ้นไปในอนาคต เพราะทิศทางการขับเคลื่อนผ้าไทยไม่ใช่แค่สวย แต่ทำให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้ เพราะผ้า 1 ผืน เส้นใยทุกชิ้นล้วนเกิดจากการผลิต การย้อม การทอ การตัดเย็บในพื้นที่ทั้งสิ้น แทบไม่มีส่วนใดเลยที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบหรือเครื่องไม้ เครื่องมือ เครื่องจักรจากต่างประเทศ
นายสยาม กล่าวย้ำในช่วงท้ายว่า “ในห้วง 7 ปี นับตั้งแต่กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับทุกหน่วยงาน ทุกภาคีเครือข่าย น้อมนำพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ทำให้สามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่อยู่ในแวดวงการทอ การประกวด และพัฒนาผ้าตามพระดำริฯ ไปแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งเงินทุกบาทตกอยู่ในประเทศ ไม่มีรั่วไหลไปไหน “นี่คือประโยชน์ที่ประชาชนในทุกอำเภอทุกจังหวัดได้รับ” จึงขอฝากชาวมหาดไทยผู้เป็นฝ่ายปกครอง รวมถึงพัฒนากรทุกคน ได้ช่วยกันส่งเสริมขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
การประกวดผ้าลายพระราชทานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสิน ได้แก่ นายมีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ทอผ้า) ปี 2564 คุณพจน์ หาญพล เลขาธิการสมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย คุณธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผ้าไทยและหัตถกรรม และที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คุณกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย อาจารย์ คุณพลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ ASAVA ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ประธานหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คุณนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมสีธรรมชาติ คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและเจ้าของแบรนด์ THEATRE คุณธนาวุฒิ ธนสารวิมล นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ TandT และนายจักรวรรดิวัตร ปรีจำรัส ผู้ก่อตั้ง กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์
นายราชันย์ (ผู้ว่าฯ อุดรธานี) ระบุว่า จ.อุดรธานี มีกลุ่มทอผ้า 399 กลุ่ม 1,031 ผลิตภัณฑ์ โดยในห้วงปี 2568-2569 ได้น้อมนำพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” บูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนเชิงรุก อาทิ สร้างกระแสรับรู้การใช้ผ้าไทย ทั้งการจัดแสดงแบบผ้าไทยหลากหลายรูปแบบ, กำหนดแนวทางสวมใส่ผ้าไทยในเทศกาลและงานสำคัญต่าง ๆ การพัฒนาองค์ความรู้และทักษะการย้อมสีธรรมชาติจากพืชและดินในพื้นที่ รวมถึงทักษะการออกแบบแปรรูปของที่ระลึก บรรจุภัณฑ์ และการส่งเสริมช่องทางการตลาด และได้มีลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และมหาวิทยาลัยราชภัฏเครือข่าย 38 แห่ง ยกระดับจัดตั้ง “โรงเรียน OTOP ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก” เพื่อเป็นวิชชาลัยส่งเสริมการประกอบการผ้าอย่างครบวงจร ทั้งนี้ ในภาพรวมตั้งแต่ขับเคลื่อนพัฒนาช่างทอผ้า/ผู้ประกอบการผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ จ.อุดรธานี สามารถสร้างรายได้จากผ้าไทย มูลค่ากว่า 2.9 พันล้านบาท
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 892/2569 วันที่ 26 ส.ค. 69
