วันนี้ (21 ก.ค. 69) เวลา 08.30 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร บรรยายถวายความรู้พระสงค์ หัวข้อ “ความร่วมมือของหน่วยงานภายใต้กระทรวงมหาดไทย กับการขับเคลื่อนโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ในการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ประจำปี 2569 โดยมี สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข เป็นประธานในพิธี และมีพระธรรมรัตนาภรณ์ ประธานคณะกรรมการบริหารกลาง โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง จ.ปทุมธานี คณะสงฆ์ พร้อมด้วย นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายดงพล รุจิธรรมธัช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอธัญบุรี ประชาชน และนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมรับฟังกว่า 500 คน ณ วัดเขียนเขต พระอารามหลวง อ.ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าวสัมโมทนียกถา ความตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่เราได้มาพบกัน สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่อยากฝากไว้ให้ทุกท่านยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันในสังคมคือ ‘ความสามัคคี’ เพราะเมื่อสถาบันศาสนาและประชาชนมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ประเทศชาติย่อมสามารถก้าวผ่านทุกวิกฤตได้อย่างปลอดภัย มากไปกว่านั้น ทุกหน่วยงานและองค์กรต้องผนึกกำลังร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนความรักและความดีงามให้เกิดขึ้นในสังคม ด้วยการรวมพลังเป็นหมู่คณะอันจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ดังเช่น ‘โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข’ ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมายเด่นชัดในการรวมพลังระหว่างวัด ประชาชน และภาครัฐ เพื่อสร้างสรรค์ความสุขที่ยั่งยืนให้แก่สังคม
“กระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในกลไกหลักที่มีบทบาทสำคัญในการ ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข’ ให้แก่ประชาชน เพราะเมื่อความทุกข์คลายลง ความสุขและความเจริญย่อมเข้ามาแทนที่ ถึงแม้ว่าในบางครั้งอาจจะมีปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ก็ต้องขอให้มองว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นบททดสอบที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ วางแผน และร่วมมือกันแก้ไขให้ลุล่วง โครงการนี้จึงเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและฝ่ายคณะสงฆ์อย่างแท้จริง อันจะมีส่วนสำคัญในการบ่มเพาะประชาชนให้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และท้ายที่สุดนี้ การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตลอดจนการดูแลสังคมให้สงบเรียบร้อย มิใช่ภารกิจของคณะสงฆ์แต่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่เป็นหน้าที่ของพลเมืองทุกคนที่ต้องร่วมมือกัน ซึ่งอาตมภาพหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมในวันนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันนำพาประเทศชาติและพระพุทธศาสนาให้เจริญมั่นคงสืบไป“
ด้าน นายนิรัตน์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานในชีวิตราชการ ทั้งในบทบาทผู้ว่าราชการจังหวัดจนถึงการปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารในส่วนกลาง ตนได้ประจักษ์แก่ใจเสมอว่า คำว่า ‘คุณพระช่วย’ นั้นมีอยู่จริงในทางโลก เพราะความทุกข์ของประชาชนมักผ่อนคลายลงได้ด้วยบารมีและคำสอนของพระสงฆ์เถรานุเถระ ในทุกครั้งที่มีโอกาสตนมักจะเข้าวัด ฟังธรรม และสนทนาธรรมกับพระสงฆ์ และกัลยาณมิตรอยู่บ่อยครั้ง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยขัดเกลาจิตใจ ยึดเหนี่ยวจิตวิญญาณ และเปลี่ยนความทุกข์ให้กลายเป็นความสุขสงบเท่านั้น แต่ยังทำให้ตนได้มองเห็นบทบาทอันยิ่งใหญ่ของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจและศูนย์กลางสังคมอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะยามสุข ยามทุกข์ หรือยามมีอุปสรรค ชาวบ้านจะนึกถึงวัดเป็นลำดับแรกเสมอ ดังนั้นการลงพื้นที่เข้าวัดจึงมิใช่เพียงภารกิจทางศาสนา หากแต่เป็นโอกาสอันมีค่าในการได้พูดคุยรับฟังสารทุกข์สุกดิบ และสัมผัสถึงความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน ซึ่งนำมาสู่แนวคิดในการผนึกกำลังร่วมขับเคลื่อน ‘โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข’ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนตามภารกิจหลักของกระทรวงมหาดไทยอย่างยั่งยืน
“ความตั้งใจสูงสุดของผม คือการมุ่งมั่นดำรงตนให้เป็นแบบอย่างที่ชัดเจนในการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การขยายผลแนวทางปฏิบัตินี้ไปยังข้าราชการ บุคลากร และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงมหาดไทยทุกระดับ ให้พร้อมใจกันลงพื้นที่ เข้าถึงวัด เข้าถึงชุมชน และเคียงข้างพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ การขับเคลื่อนเช่นนี้ จะเป็นหลักประกันให้คณะสงฆ์และพระเถรานุเถระทุกท่านได้มั่นใจว่า ท่านมิได้แบกรับภารกิจในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและพัฒนาสังคมอยู่เพียงลำพัง หากแต่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน พร้อมที่จะประสานพลัง ถวายงานก้าวเดินไปข้างหน้าร่วมกับทางคณะสงฆ์อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข เพื่อร่วมกันบำบัดทุกข์ บำรุงสุข หล่อเลี้ยงจิตใจของผู้คน และนำพาประเทศชาติให้สงบร่มเย็นสืบไป” นายนิรัตน์ กล่าวช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 688/2569 วันที่ 21 ก.ค. 2569
