วันนี้ (27 ก.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ทุ่งสีกา ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นางพรศรี ตรงศิริ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพิษณุโลก พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร รองแม่ทัพภาคที่ 3 พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยต่างร่วมแต่งกายเสื้อสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมติดโบว์สีดำเพื่อไว้อาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นายเจเศรษฐ์ เผยว่า กิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่รัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ส่งเสริมให้ทุกพื้นที่ได้ร่วมกันน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติผ่านการปฏิบัติบูชา ซึ่งในการจัดกิจกรรมของจังหวัดพิษณุโลกในวันนี้ ตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้ 200,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศ ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
“ต้นไม้ทุกต้นที่ปลูกในวันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เป็นทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนจากภัยธรรมชาติ ความสำเร็จของโครงการจะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาต้นไม้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะการปลูกต้นไม้ไม่ใช่ภารกิจของวันเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคนทั้งสังคม และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวไม่ได้เป็นเพียงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย เพราะป่าต้นน้ำและพื้นที่สีเขียวช่วยชะลอการไหลของน้ำ ลดการพังทลายของดิน เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ และช่วยบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ด้วยการเสริมสร้างความพร้อมของพื้นที่และความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน” นายเจเศรษฐ์ กล่าวเน้นย้ำ
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของกิจกรรมการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ ไม่ได้วัดจากจำนวนต้นไม้ที่ปลูกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากจำนวนต้นไม้ที่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว จึงได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ร่วมกันวางแผนติดตาม ดูแล และบำรุงรักษาต้นไม้หลังการปลูกอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน จิตอาสา และประชาชน เพื่อให้ต้นไม้ทุกต้นเติบโตเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่า เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอน เพิ่มความสมดุลของระบบนิเวศ และเป็นมรดกด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและสดใสต่อไป
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 718/2569 วันที่ 27 ก.ค. 69
