วันนี้ (20 ส.ค. 69) เวลา 09.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานเปิดสัมมนาติดตามผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการมาตรฐานจริยธรรมพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำจังหวัด 76 จังหวัด ประจำปี 2569 และบรรยายในหัวข้อ “ความท้าทายการส่งเสริมจริยธรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” โดยมี นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น นายวัลลภ พริ้งพงษ์ ประธานอนุกรรมการจริยธรรมพนักงานส่วนท้องถิ่น นายอิทธิพงศ์ จักษ์ตรีมงคล หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นประจำจังหวัด 76 จังหวัด หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี
นายสันติธร กล่าวว่า คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลตามกฎหมาย ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนจริยธรรมพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันและส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นองค์กรที่มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ และโปร่งใส เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดในการดูแลและให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน
“กระทรวงมหาดไทยมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำประมวลจริยธรรมพนักงานส่วนท้องถิ่นและข้อกำหนดว่าด้วยกระบวนการรักษาจริยธรรม มาใช้เป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี รวมถึงมีการเผยแพร่ประมวลจริยธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่านกลไกของคณะกรรมการมาตรฐานจริยธรรมพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำจังหวัด เพื่อให้บุคลากรได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติ เป็นการยับยั้งพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรม และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ภาพลักษณ์ของทางราชการ ตลอดจนขยายผลการดำเนินการไปยังภาคประชาชนในพื้นที่ อันถือเป็นเจตนารมณ์สำคัญในการขับเคลื่อนจริยธรรมของ ก.ถ.” นายสันติธร กล่าว
นายสันติธร กล่าวต่อไปอีกว่า การจัดโครงการอบรมสัมมนาฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมการมาตรฐานจริยธรรมพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำจังหวัด มุ่งเน้นการเป็นที่ปรึกษาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมร่วมกันขับเคลื่อนจริยธรรมทั้งในระดับจังหวัดและระดับองค์กรให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรม ตลอดจนติดตามและประเมินผลอย่างเคร่งครัด แม้ว่าการดำเนินงานจะยังคงเผชิญความท้าทายในหลายมิติ ทั้งในแง่ของการสร้างความตระหนักรู้ ข้อจำกัดด้านบุคลากร และเครื่องมือในการขับเคลื่อน จึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการและการสนับสนุนแนวทางการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ นำไปใช้ในการขับเคลื่อนงานด้านจริยธรรมให้เป็นไปตามกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ราชการ ตลอดจนนำไปพัฒนาต่อยอดและเผยแพร่แก่บุคลากรและประชาชนต่อไป
“ขอให้ผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านจริยธรรม โดยร่วมกับคณะกรรมการมาตรฐานจริยธรรมพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำจังหวัด เพื่อบูรณาการและยกระดับการพัฒนาประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนงานจริยธรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาโดยตลอด เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์สูงสุดและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป” นายสันติธรฯ กล่าวเพิ่มเติม
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ได้บรรยายเรื่องการขับเคลื่อนหลักจริยธรรมของหน่วยงานภาครัฐ โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนา พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งต้องยึดถือมาตรฐานการปฏิบัติงานตามที่กฎหมายกำหนด โดยปัจจุบันมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่านระบบคณะกรรมการต่างๆ เช่น คณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความรอบคอบและการมีส่วนร่วมในการบริหารงานบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ได้มอบข้อคิดและหลักการปฏิบัติราชการแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ โดยเน้นย้ำว่าการปฏิบัติงานและการตัดสินใจต้องยึดหลักความถูกต้องและมีคุณธรรมเป็นสำคัญเหนือกว่าความถูกใจ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการเตรียมความพร้อมของตนเองอยู่เสมอ การตระหนักรู้และเฝ้าระวังต่อสถานการณ์รอบตัว ตลอดจนการแสดงออกถึงภาวะผู้นำที่สามารถปฏิบัติได้ในทุกสถานการณ์ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการสมาคมเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสม และประการสำคัญที่สุดคือการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เนื่องจากความรู้และความสามารถจะช่วยนำพาให้ภารกิจบรรลุผลสำเร็จได้ ต้องมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงควบคู่กันเพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์อย่างสมบูรณ์
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 852/2569 วันที่ 20 ส.ค. 69
