วันที่ 23 ส.ค. 69 เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่รับฟังบรรยายสรุปและมอบสิ่งของพร้อมกล่าวบำรุงขวัญให้กำลังใจกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษา และปกป้องผืนแผ่นดินไทย ณ ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมลงพื้นที่ และได้ให้กำลังใจฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งได้เดินทางไปเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ระเบิดบริเวณชายแดนช่องอานม้า ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
นายอนุทิน กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจที่มีทหารต้องสูญเสียอวัยวะจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทำความเสียใจให้กับตนเป็นอย่างมาก ตนมีความห่วงใย จึงได้หารือกับผู้บัญชาการทหารบก บอกว่าเมื่อกลับจากการไปราชการต่างประเทศแล้ว จะขอมาพบกับกองกำลังทุกนายอีกครั้งหนึ่ง เพราะตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมายังไม่มีมีโอกาสพบกับทุกคน และเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดใจอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ ช่วงที่มีเหตุการณ์สู้รบทั้ง 2 ระลอก ตนมีความใกล้ชิดผูกพันกับนายทหารทุกคน มีโอกาสได้มาติดตามสถานการณ์ และได้เห็นวีรกรรมของพี่น้องทหาร ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงบอกกับตัวเองว่า ตราบใดที่ยังทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ จะปฏิบัติและใช้ความสามารถทุกอย่างที่มีอยู่ สนับสนุนให้ทหารของชาติ มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสู้รบและปลอดภัยจากการปะทะจากอริราชศัตรู จึงอยากให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาล อยู่ข้างทหารทุกคน และมีการประสานงานใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงตลอดเวลา เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมา ก็ไม่เคยมีความรู้สึกที่ดี นอกจากความเป็นห่วง และกังวลเป็นอันมากต่อความปลอดภัยของพวกเรา
“ขอให้นายทหารทุกคนได้ร่วมมือกัน ซึ่งรัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ และขอให้ได้ระมัดระวังตนเองในการปฏิบัติภารกิจทุกภารกิจให้ปลอดความเสี่ยงมากที่สุด”
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนจะไปเยี่ยมเพื่อนของเราที่ได้รับบาดเจ็บ “ขอให้เป็นคนสุดท้าย” และขอให้เราทุกคนถอดบทเรียนเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยให้กับตัวเอง “พวกเราอยู่กับท่านเสมอ” ท้ายที่สุดนี้ ขออำนวยพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระบารมีองค์จอมทัพไทย โปรดดลบันดาลให้ทหารทุกนาย และเจ้าหน้าที่ทุกคน จงประสบแต่ชัยชนะ มีความแคล้วคลาดจากภยันตรายทุกสิ่ง มีความปลอดภัย และรักษาบ้าน รักษาเมืองของเรา ให้มีความภาคภูมิใจเป็นเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ แล้วจะมาพบกันเสมอ “ยืนยันให้การสนับสนุนภารกิจของทุกคนให้เราได้รับชัยชนะ โดยที่ไม่มีวันจบสิ้น”
สำหรับรายงานการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ประเทศไทยมีพื้นที่ที่มีทุ่นระเบิดทั้งสิ้น 15 อำเภอ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว และจังหวัดตราด โดยได้มีการเก็บกู้ทุนระเบิดและสรรพาวุธระเบิด ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.68 – 31 มี.ค.69 ไปแล้วรวม 673 ทุ่น ส่วนการเก็บกู้กวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่ยุทธบริเวณ เพื่อสนับสนุนกองกำลังป้องกันชายแดน ระหว่างวันที่ 11 ธ.ค.68 – 31 มี.ค.69 มีพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้วทั้งสิ้น 3.9 แสนตารางเมตร
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 869/2569 วันที่ 24 ส.ค. 69
