วันนี้ (31 ส.ค. 69) เวลา 12.05 น. ที่ประตูระบายน้ำหน้าควน (คลองภูมินาถดำริ) ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีนั่งขบวนรถบัส EV ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นาย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
นายอนุทิน กล่าวว่า ในวันนี้คณะรัฐมนตรีได้เดินทางมาจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ซึ่งในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้คัดเลือกอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นสถานที่จัดการประชุม ครม. สัญจร นอกทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลมีต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดใกล้เคียงถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นพื้นที่แห่งโอกาส รัฐบาลจึงมุ่งมั่นที่จะยกระดับความปลอดภัยจากอุทกภัยและภัยธรรมชาติต่างๆ ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยในทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบสัมมาอาชีพให้แก่พี่น้องประชาชน เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการเกษตร รวมถึงเป็นศูนย์กลางการกระจายความเจริญไปสู่จังหวัดข้างเคียง
“ภารกิจลำดับแรกที่คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเอง คือการบริหารจัดการน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจในความมั่นคงและประสิทธิภาพของระบบ โดยภาพรวมของการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐบาลมุ่งติดตาม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีทุกท่านจะได้ตรวจเยี่ยมสภาพพื้นที่จริง และในช่วงบ่ายจะมีการพบปะกับภาคีเครือข่ายและประชาชนภาคส่วนต่างๆ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อวิจารณ์ ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ลงพื้นที่ติดตามงานซ่อมแซมคูคลองและความพร้อมของระบบระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่สงขลา สตูล พัทลุง รวมถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ รัฐบาลเล็งเห็นว่าหากสามารถบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยบรรเทาปัญหาในจังหวัดข้างเคียง และทำให้การเยียวยาฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อฟื้นฟูระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำใน 5 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประชาชน
“การลงพื้นที่ในวันนี้จึงเป็นการติดตามความก้าวหน้าตามข้อสั่งการและงบประมาณที่ได้อนุมัติไปแล้ว โดยยึดหลักการเตรียมความพร้อมเชิงรุก การถอดบทเรียนจากอดีต การแก้ไขจุดคอขวด การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รวมถึงการกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างเร่งด่วน ซึ่งมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นกรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัด อำเภอ เทศบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด นอกจากนี้ ต้องมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ทั้งข้อมูลปริมาณน้ำฝน และสภาพอากาศ เพื่อให้การประเมินสถานการณ์และการแจ้งเตือนภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมทั้งจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล เส้นทางอพยพ และศูนย์พักพิงชั่วคราวให้มีความพร้อมสูงสุด เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ แม้ภัยธรรมชาติจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด และดำเนินการเยียวยาฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณทุกภาคส่วน รวมถึงธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่ได้สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตลอดจนสนับสนุนการปรับปรุงศูนย์พักพิงในพื้นที่ตำบลคอหงส์ และให้ความช่วยเหลือครัวเรือนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบ สุดท้ายนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่มั่นใจว่า รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนศักยภาพของพื้นที่ภาคใต้ในทุกมิติ ทั้งการลดความเสี่ยงด้านการจัดการน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง การฟื้นฟูเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การสร้างงานสร้างรายได้ ตลอดจนการยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต เพื่อรักษาความประทับใจของนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนอย่างยั่งยืนต่อไป
กองสาริเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 924/2569 วันที่ 31 ส.ค. 2569
ครั้งที่ 924/2569 วันที่ 31 ส.ค. 2569
