วันนี้ (8 ก.ย. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อน “การส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กและเยาวชน” โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธี และมีผู้แทนจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมลงนามในวันนี้ เพื่อสร้างความร่วมมือในการวางรากฐานและกำหนดทิศทางนโยบายระดับชาติเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องสัมมนา B1-1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา
นายสันติธร กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีประวัติศาสตร์ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ ฝ่ายนิติบัญญัติ และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันมองปัญหาวิกฤตประชากรในมิติที่กว้างและลึกซึ้งกว่าเพียงการเพิ่มจำนวนการเกิด แต่หัวใจสำคัญคือ “การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีครอบครัว การเลี้ยงดูบุตร และการพัฒนาเด็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ” ซึ่งต้องอาศัยการทำงานที่ประสานสอดคล้องรอบด้าน ทั้งระบบสาธารณสุข สวัสดิการสังคม การจัดการศึกษา สภาพเศรษฐกิจ และความมั่นคงในชุมชน โดยกระทรวงมหาดไทยเล็งเห็นอย่างชัดเจนว่า “พื้นที่” และ “ชุมชน” คือกลไกและรากฐานที่สำคัญที่สุด ที่จะแปลงนโยบายจากส่วนกลางไปสู่การปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชน
“กระทรวงมหาดไทย คือเครื่องจักรขนาดใหญ่ในการขับเคลื่อนโครงการนี้ ภายใต้บทบาทและภารกิจตามกรอบบันทึกข้อตกลงนี้ เราพร้อมเป็นแกนหลักในการนำนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ลงสู่ระดับปฏิบัติ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยจะเร่งประสานพลังความร่วมมือระหว่างส่วนราชการในพื้นที่ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชน พร้อมทั้งผลักดันให้ประเด็นด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตของหญิงตั้งครรภ์ ทารก เด็ก เยาวชน และครอบครัว ถูกบรรจุและเชื่อมโยงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ และแผนพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม เปิดโอกาสให้แต่ละพื้นที่สามารถนำแนวทางไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบท วัฒนธรรม และศักยภาพที่แท้จริงของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” นายสันติธร กล่าว
นายสันติธร กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาวิกฤตประชากรและการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ไม่ใช่ภารกิจที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะทำสำเร็จได้โดยลำพัง แต่เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกองคาพยพในสังคมต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และภาคประชาสังคม กระทรวงมหาดไทยพร้อมบูรณาการการทำงาน เชื่อมโยงข้อมูล และสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับทุกกระทรวงและภาคีเครือข่ายอย่างเต็มกำลัง โดยใช้กลไกการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน เป็นสะพานเชื่อมโอกาสและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อบอุ่น และเอื้อต่อการสร้างครอบครัว เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตขึ้นมาอย่างมีสุขภาวะที่ดี มีทักษะชีวิต และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต
ทั้งนี้ สำหรับสาระสำคัญของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับดังกล่าว มุ่งบูรณาการความร่วมมือนโยบาย มาตรการ และทรัพยากรร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยยึดประชาชน เด็ก เยาวชน และครอบครัวเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การศึกษา สวัสดิการ และการคุ้มครองทางสังคมของหญิงตั้งครรภ์ แม่ เด็ก และเยาวชน ตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์ แรกเกิด จนถึงอายุ 18 ปี อย่างเท่าเทียม และมีคุณภาพ โดยได้มีการแบ่งกรอบภารกิจอย่างชัดเจน ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎรดูแลด้านกฎหมายและนโยบาย พม. เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง อว. สนับสนุนงานวิจัยและองค์ความรู้นวัตกรรม มท. ขับเคลื่อนกลไกเชิงพื้นที่และบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น ศธ. ยกระดับคุณภาพการศึกษาและทักษะชีวิต และ สธ. พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขและสุขภาวะ ซึ่งบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้มีกรอบระยะเวลาการดำเนินงานร่วมกันต่อเนื่อง 5 ปี นับจากวันลงนามในวันนี้
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 963/2569 วันที่ 8 ก.ย. 2569
