วันนี้ (8 ก.ย. 69) นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเสวนาในหัวข้อ “The Conflict Resolver : รับมืออย่างไรเมื่อเจอผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)” ภายใต้โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ พร้อมผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมการเสวนา และมี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมรับฟัง ณ ห้องปรินซ์บอลรูม 1 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาในชีวิตราชการของตนไม่ว่าจะอยู่ในระดับผู้ปฏิบัติงาน หรือผู้บริหาร มักจะตระหนักอยู่เสมอว่าการรับของขวัญหรือของกำนัลในการทำงานราชการมักจะเป็นภาระที่ต้องมาคอยจัดการทีหลัง ในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความเหมาะสม ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลให้เราต้องลำบากใจ ตนจึงมีจุดยืนชัดเจนมาเสมอว่า “อย่าตอบแทนบุญคุณส่วนตัวด้วยผลประโยชน์ของชาติ” ไม่รับของที่มีมูลค่า และของที่รับมาต้องไม่มีผลต่อการตัดสินใจเรื่องงานเด็ดขาด โดยในทุกครั้งจะแจ้งให้ที่ประชุมส่วนราชการและระดับอำเภอทราบว่า ขอความร่วมมือดการมอบของที่ระลึก เลี้ยงอาหาร หรือแม้แต่การทำป้ายต้อนรับที่มีรูปตน เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุแล้ว ป้ายพวกนี้พอเสร็จงานก็อาจถูกเอาไปใช้ทิ้งขว้างแบบไม่เหมาะสม พอเราทำแบบนี้บ่อย ๆ จนเป็นเรื่องปกติ ก็จะช่วยเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดการทำผิดระเบียบไปในตัว
“ถึงแม้ว่าเราจะยึดหลักการไม่รับของใด ๆ แต่ในชีวิตการทำงานเราอยู่กับพี่น้องประชาชนชาวบ้านเราก็ต้องยืดหยุ่นและเข้าใจเรื่องวัฒนธรรมประเพณีด้วย ถ้าหากเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามประเพณี เช่น ชาวบ้านเอาผลผลิตเกษตรมาแบ่งปัน เอาดินสอพองมาให้ช่วงสงกรานต์ หรือเอาของ OTOP มูลค่าไม่เกิน 3,000 บาทมามอบให้ช่วงปีใหม่ วิธีแก้ปัญหาของตนคือจะเตรียมกระเช้าของขวัญไปมอบตอบแทนกลับ วิธีนี้ช่วยให้เรายังรักษาน้ำใจกันได้โดยไม่ผิดระเบียบราชการ และไม่ทำให้ฝ่ายไหนต้องลำบากใจ ในส่วนเรื่องเวลามีคนอยากร่วมบริจาคสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ตนจะใช้วิธีพูดคุยตรง ๆ เลยว่า แนะนำให้โอนเงินหรือส่งของให้หน่วยงานนั้นโดยตรงจะดีกว่า เพื่อความโปร่งใสและไม่ต้องมาคอยตอบคำถามทีหลัง อย่างเช่นครั้งเมื่อทำโครงการไถ่ของจากโรงรับจำนำให้ชาวบ้านที่จังหวัดเลยช่วงโควิด ตนก็ได้ดำเนินการประสานให้ผู้บริจาคโอนเข้าโรงรับจำนำโดยตรง จะมีข้อยกเว้นแค่เคสเดียวที่ผู้บริจาคเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่ตนถึงยอมเป็นสะพานบุญรับโอนแล้วโอนต่อทันทีโดยไม่ให้เงินค้างในบัญชีส่วนตัว หัวใจสำคัญคือต้องอธิบายให้สังคมเข้าใจตรงกันว่า ทุกอย่างที่ทำต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้เสมอ” นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายชัยวัฒน์ กล่าวในช่วงท้ายว่า การจะเปลี่ยนค่านิยมในระบบราชการต้องเริ่มที่ผู้บังคับบัญชาทำให้ดูเป็นแบบอย่างก่อน เราต้องเข้าใจและไม่ไปสร้างภาระเรื่องเงินหรือเวลาให้ลูกน้อง ถ้าเจ้านายชัดเจนว่าไม่รับของกำนัล ค่านิยมการซื้อของแพง ๆ มาให้ก็จะหายไปเอง สำหรับตนการแสดงความเคารพที่ดีที่สุดคือการที่ลูกน้องตั้งใจทำงานและดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านอย่างเต็มที่ แค่นี้คนเป็นนายก็ภูมิใจกว่าการได้รับของขวัญแล้ว ในทางกลับกัน เจ้านายยุคใหม่ต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายดูแลและสนับสนุนลูกน้อง เพื่อให้บรรยากาศการทำงานมีความโปร่งใสและทุกคนทำงานร่วมกันได้อย่างสบายใจ จึงขอฝากข้อคิดเพื่อเป็นหลักสำหรับการทำงานแก่น้อง ๆ ข้าราชการรุ่นใหม่ให้มุ่งมั่นตั้งใจทำงานของเราให้เต็มที่และถูกต้องตามกฎหมาย เพราะสุดท้ายแล้วหากเรามีความตั้งใจดี ไม่ไปทุจริต ใช้ผลประโยชน์ของชาติเพื่อตอบแทนบุญคุณส่วนตัว ความดีเหล่านั้นก็จะหนุนเสริมให้เราได้เติบโตมาเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อพี่น้องประชาชนได้ในที่สุด
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 964/2569 วันที่ 8 ก.ย. 2569
