วันนี้ (11 ต.ค. 65) นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ได้ลงพื้นที่ขับเคลื่อนกิจกรรมโครงการสืบสานภูมิปัญญาและองค์ความรู้ การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทย อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน (สีสร้างสรรค์ Color Creation) ณ ศูนย์เรียนรู้การทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านไม้ตะเคียน หมู่ที่ 2 ตำบลตะเคียนปม อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน โดยได้รับเกียรติจาก นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย อ.ดร. ปรารถนา คงสำราญ คุณเปรมฤดี กุลสุ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมสีธรรมชาติและย้อมร้อน ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการผ้าซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมจากตำบลตะเคียนปม จำนวน 6 กลุ่ม และจากตำบลบ้านปวง จำนวน 4 กลุ่ม โอกาสนี้ นายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายชาตรี กิตติธนดิตถ์ ปลัดจังหวัดลำพูน นายบุญส่ง ไชยมณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน นางบำเพ็ญ เมืองมูล พัฒนาการจังหวัดลำพูน นายภัทรพล ผัดดวงธรรม นายอำเภอทุ่งหัวช้าง นางผ่องศรี พิไสย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนปม นายณัฐพล คำแปง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนปม ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกิจกรรมด้วย
นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมโครงการสืบสานภูมิปัญญาและองค์ความรู้ การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทย อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน (สีสร้างสรรค์ Color Creation) นี้ เป็นโครงการที่กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชนจัดขึ้น เพื่อสนับสนุนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ช่างทอผ้า เยาวชน OTOP และผู้ที่สนใจ ได้สืบสานภูมิปัญญาและองค์ความรู้จากการย้อมสีธรรมชาติ และสามารถนำองค์ความรู้มาใช้ในการย้อมผ้ามาผลิตผ้าและสนับสนุนการปลูกพืชพันธุ์ที่ให้สีจากธรรมชาติช่วยให้การถักทอและผลิตผืนผ้า ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และไม่เป็นพิษต่อผู้สวมใส่ อันเป็นการดำเนินงานตามพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทางด้านการอนุรักษ์มรดกทางปัญญาการทอผ้าของไทย พร้อมทั้งพระอัจฉริยภาพ และพระกรณียกิจในด้านต่าง ๆ ที่ล้วนสร้างประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนชาวไทยนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีจากการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างมั่นคงและยังยืน
“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงสอนพวกเราทุกคน ทุกกลุ่มให้คำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยการไม่ใช้สีเคมี ทำให้สีธรรมชาติเพิ่มพูนขึ้น เพื่อที่จะกลายเป็นวัฒนธรรมการผลิตผ้าของคนไทย คือ ทอผ้า ทำผ้า โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และอีกส่วนที่สำคัญที่สุด คือ พระองค์ท่านน้อมนำเอาแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร ในเรื่องของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการพยายามไปเชิญชวนให้พี่น้องคนไทย วงการผ้า ให้พึ่งพาตนเองในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการปลูกฝ้าย ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม การปลูกต้นไม้ที่ให้สีธรรมชาติ ซึ่งจะปรากฏอยู่ทุกคนทุกแห่งที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไป และในท้ายที่สุด ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล ในเรื่องของการที่จะทำให้ชีวิตถ้าอยู่ได้มันต้องไม่รังเกียจในเรื่องของวิชาการแฟชั่นสมัยใหม่ของตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบลวดลาย การออกแบบชุดที่จะให้ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย ทุกกลุ่ม เพื่อที่จะทำให้เด็กวัยรุ่นที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต เมื่อได้รับการปลูกฝังให้เขาใช้ผ้าไทยตั้งแต่แรก ก็จะทำให้ชีวิตผ้าไทยยืนยาว ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงก็ประสบผลต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยโดยรวมอีกด้วย” ผวจ.ลำพูน กล่าวย้ำ
นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า อำเภอทุ่งหัวช้างเป็นอำเภอที่ได้มีการสืบสานศิลปวัฒนธรรมในการทอผ้ามาเป็นเวลานาน ดังนั้นการทอผ้าจึงเปรียบเสมือนเป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตที่สำคัญของชาวอำเภอทุ่งหัวช้างที่ไม่ได้มีการจำกัดเชื้อชาติ ศาสนา มีทั้งชาวเมืองพื้นราบ ชาวเขาเผ่าต่างๆที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ผ้าไหมยกดอกที่สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศ จนได้การรับรองในระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผ้าทอยกดอกลำพูน” เป็นงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่ชาวอำเภอทุ่งหัวช้างภูมิใจมากที่สุด ด้วยเพราะมีความงดงามประณีต และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน มีการคงลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของลำพูน เช่น ลายดอกแก้วหรือ ลายดอกพิกุลไว้ ทั้งยังได้คิดค้นลวดลายใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในโอกาส งานพระราชพิธีต่างๆและงานแฟชั่นเครื่องแต่งกายร่วมสมัยในปัจจุบัน โดยมีลวดลายให้เลือกหลายแบบทำให้วงการผ้าทอของลำพูนมีความก้าวหน้า รวมทั้งยังมีการควบคุมคุณภาพผ้าทอให้ได้มาตรฐาน
“จังหวัดลำพูน จะได้ส่งเสริมกิจกรรมเพื่อให้เกิดการสืบสานภูมิปัญญาและองค์ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีรายได้ ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โลกใบเดียวนี้ของเรายังคงอยู่เป็นที่อยู่สำหรับลูกหลานในอนาคตอย่างยั่งยืน” ผวจ.ลำพูน กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 414/2565 วันที่ 11 ต.ค. 2565
