วันนี้ (28 ต.ค. 66) นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมบูรณาการทุกภาคส่วน ดำเนินการจัดกิจกรรมแสดงแบบแฟชั่นโชว์ ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ราตรีผ้าไทยรวมน้ำใจให้กาชาด” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2566 โดยมี นายชัยณรงค์ กาญจะนะกันโห พัฒนาการจังหวัดนครพนม เป็นผู้กล่าวรายงานการดำเนินกิจกรรม พร้อมได้รับเกียรติจากนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก อาทิ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครพนม เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 210 รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด/อำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน นักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมแสดงแบบแฟชั่นโชว์ ณ เวทีกลางหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม รวมจำนวนได้มากถึงเกือบ 200 คน พร้อมทั้งยังมีพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครพนม เข้าร่วมรับชมการแสดงแบบแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า จังหวัดนครพนมได้น้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงมีพระปณิธานที่มุ่งมั่นในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อต่อลมหายใจให้ผืนผ้าไทย ทำให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่างทอผ้าและผู้ประกอบการผ้า ได้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้จากภูมิปัญญา หัตถศิลป์ หัตถกรรม ที่สืบสานถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ผสมผสานต่อยอดด้วยหลักวิชาการแฟชั่นสมัยใหม่ให้ตรงตามความต้องการของตลาด สอดคล้องกับความนิยมชมชอบของประชาชน เป็นผลงานที่ร่วมสมัย ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความสุขให้กับครอบครัว ชุมชน เพื่อร่วมสร้างสังคมที่มีความยั่งยืนในทุกมิติ
“จังหวัดนครพนม ถือได้ว่าเป็นดินแดนแห่งความจงรักภักดีที่พี่น้องประชาชนต่างซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นหลักชัยจนทำให้เกิดอาชีพเสริม คือ การเป็นช่างทอผ้า สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับสตรีและสมาชิกในครอบครัวตลอดจนชุมชนในพื้นที่ เริ่มต้นที่บ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม และต่อมาด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงมุ่งมั่นในการสืบสานรักษาและต่อยอด พระราชดำริของล้นเกล้า ฯ สมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี และมี “สมเด็จเจ้าฟ้าหญิง” คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับเรื่องการส่งเสริมภูมิปัญญาหัตถศิลป์หัตถกรรมไว้เป็นพระกรณียกิจเพื่อแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งพระราชทานพระดำริ “นาหว้าโมเดล” เพื่อเฉลิมฉลองวาระ 50 ปี แห่งสายธารพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรื้อฟื้นคืนชีวิตที่ยั่งยืนให้กับประชาชนผ่านงานหัตถศิลป์หัตถกรรม ภูมิปัญญาของประชาชนบ้านนาหว้า จนกระทั่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้นในทุกมิติ” ผวจ.นครพนม กล่าว
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวต่ออีกว่า การแสดงแบบแฟชั่นโชว์ ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ราตรีผ้าไทยรวมน้ำใจให้กาชาด” ได้มีการแบ่งชุดการแสดงแบบได้ดังนี้ ชุดที่ 1) เป็นของผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม รองนายเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม และหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด จำนวน 28 คน ชุดที่ 2) คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม มูลนิธิศรีโคตรบูร โรงเรียนผู้สูงอายุนครพนม ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดนครพนม จำนวน 21 คน ชุดที่ 3) นายอำเภอ และส่วนราชการระดับอำเภอ จำนวน 32 คน ชุดที่ 4) คนรุ่นใหม่หัวใจคือชุมชน เยาวชน โรงเรียน สถาบันการศึกษา จำนวน 13 คน ชุดที่ 5) กลุ่ม องค์กร ภาคี เครือข่าย จำนวน 53 คน ชุดที่ 6) สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอ จำนวน 14 คน และชุดที่ 7) ชุดฟินาเล่ จำนวน 1 คน
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงาน “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทำให้เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความตั้งพระทัยมั่นของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของภูมิปัญญาผ้าไทย ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด ภูมิปัญญาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน พัฒนาให้มีความร่วมสมัย ตามพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และส่งเสริม กระตุ้นให้เกิดการยกระดับผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากลเป็นที่นิยมในทุกเพศ โดยจังหวัดนครพนมได้ขับเคลื่อนการดำเนินงาน และมาตรการส่งเสริมสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ภายใต้คำขวัญ “ชาวนครพนมภูมิใจ สวมใส่ผ้าไทยทุกวัน” อีกทั้งยังร่วมลดการใช้ถุงพลาสติก รักษาสิ่งแวดล้อม โดยเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรม “สวมผ้าไทย ใส่ผ้าซิ่น กินข้าวกินโต” ทำให้เกิดกระแสการใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างรายได้ในชุมชน สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
“ขอเชิญชวน พี่น้องในพื้นที่จังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมผ้าไทย เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้ช่างทอผ้าและครอบครัว ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยการร่วมกันใส่ผ้าไทยมาเที่ยวชมงานประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม ประจำปี 2566 ที่จัดถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2566 โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ในคืนวันออกพรรษา วันที่ 29 ตุลาคม 2566 ขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ที่จะมีการไหลเรือไฟจาก 12 อำเภอ จำนวน 12 ลำ ที่สุดแสนวิจิตรตระการตา ณ แม่น้ำโขงและริมฝั่งโขง ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม” ผวจ.นครพนม กล่าวทิ้งท้าย
#ผ้าไทยใส่ให้สนุก #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #SDGsforAll #กระทรวงมหาดไทย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 1017/2566 วันที่ 28 ต.ค. 2566
