วันนี้ (6 มี.ค. 67) นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จังหวัดศรีสะเกษได้มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนธนาคารขยะ (Recyclable Waste Bank) เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UN Thailand) ประกาศจุดยืนในการเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบเดียวนี้ จังหวัดศรีสะเกษจึงได้จัดงาน “MOI Waste Bank Week-มหาดไทยปักธงประกาศความสำเร็จ 1 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 ธนาคารขยะ” และกิจกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานธนาคารขยะ โดยตนได้มอบหมายให้นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายธนเดช พระอารักษ์ นายอำเภอเบญจลักษ์ นางธัญญาภา พระอารักษ์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยอำเภอเบญจลักษ์ หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่บ้านกุดผักหนาม หมู่ 7 ตำบลหนองฮาง อำเภอเบญจลักษ์ เพื่อตรวจเยี่ยมกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ และได้มอบสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเครื่องใช้จำเป็นช่วยเหลือในเบื้องต้น
นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษได้นำแนวทางการขับเคลื่อนธนาคารขยะ (Recyclable Waste Bank) ของกระทรวงมหาดไทยมาสู่การปฏิบัติ โดยส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการจัดการขยะมูลฝอยตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งได้จัดให้มีระบบจัดการและกำจัดขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ อันจะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านอื่น ๆ ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจัดงาน “MOI Waste Bank Week-มหาดไทยปักธงประกาศความสำเร็จ 1 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 ธนาคารขยะ” ไม่ได้ทำเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐและกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ยังจัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย ภายใต้หลักการ 3R คือ ใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ อีกทั้งยังเป็นการรณรงค์สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะ และคัดแยกขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิล ไปจำหน่าย เพื่อให้มีรายได้กลับคืนสู่ชุมชน และสนับสนุนส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้กำหนดระบบสวัสดิการชุมชนร่วมกับสมาชิกธนาคารขยะ พร้อมทั้งให้มีการเตรียมสำรวจข้อมูลขยะมูลฝอยระดับครัวเรือน การจัดการขยะมูลฝอย ได้แก่ การคัดแยกขยะมูลฝอย การรีไซเคิลขยะในระดับครัวเรือน ผู้ประกอบการรับซื้อขยะรีไซเคิลในพื้นที่ และจัดทำฐานข้อมูล มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นการดำเนินงานธนาคารขยะในชุมชน/หมู่บ้าน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการคัดแยกขยะมูลฝอยครัวเรือนให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น
“แนวทางการขับเคลื่อนธนาคารขยะในระดับพื้นที่ ประกอบไปด้วย 1) การขับเคลื่อนในระดับจังหวัด โดยคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลมูลฝอยระดับจังหวัด ทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีธนาคารขยะอย่างน้อยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นละ 1 แห่ง ซึ่งจะต้องมีการประชุมซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนธนาคารขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ในระดับจังหวัด) ให้สอดคล้องกับคู่มือแนวทางที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ท้องถิ่นจังหวัด ให้คำแนะนำและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งจัดตั้งธนาคารขยะ และสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งคณะกรรมการธนาคารขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงานธนาคารขยะประจำชุมชน/หมู่บ้าน พร้อมทั้งสนับสนุนผลักดันให้อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ทุกครัวเรือน เข้าร่วมเป็นสมาชิกธนาคารขยะของชุมชน/หมู่บ้าน และรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในจังหวัดทราบถึงประโยชน์ของการคัดแยกขยะรีไซเคิล และทราบถึงผลประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการธนาคารขยะผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง 2) การขับเคลื่อนในระดับอำเภอ ให้คณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยในระดับอำเภอ จัดประชุมซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนธนาคารขยะในระดับอำเภอ โดยนายอำเภอ ปลัดอำเภอ ท้องถิ่นอำเภอ ให้คำแนะนำ สนับสนุน และร่วมดำเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง มีธนาคารขยะของชุมชน/หมู่บ้าน โดยใช้กลไกคณะกรรมการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยระดับอำเภอ สนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานโดยใช้อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา ร่วมกันประสานงานและขับเคลื่อนธนาคารขยะในระดับชุมชน/หมู่บ้าน ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงานธนาคารขยะประจำชุมชน/หมู่บ้าน ในการจัดทำข้อบังคับธนาคารขยะ ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานธนาคารขยะและการเปิดรับสมาชิก พร้อมทั้งการติดตามและรายงานผลการขับเคลื่อนนโยบาย รวบรวมปัญหา อุปสรรค ผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการขับเคลื่อนนโยบายฯ ให้จังหวัดทราบ และ 3) การขับเคลื่อนในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีการเตรียมความพร้อมสำรวจข้อมูลขยะมูลฝอยระดับครัวเรือน การจัดการขยะมูลฝอย ได้แก่ การคัดแยกขยะมูลฝอย การรีไซเคิลขยะในระดับครัวเรือน ผู้ประกอบการรับซื้อขยะรีไซเคิลในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูล มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นการดำเนินงานธนาคารขยะในชุมชน/หมู่บ้าน พร้อมทั้งจัดทำธรรมนูญชุมชน/หมู่บ้าน/ตำบล เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการคัดแยกขยะมูลฝอยครัวเรือน และจัดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงาน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารธนาคารขยะ คณะกรรมการธนาคารขยะชุมชน/หมู่บ้าน และคณะทำงานธนาคารขยะชุมชน/หมู่บ้าน” นายอนุพงศ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม
นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคีเครือข่ายของอำเภอเบญจลักษ์ ตลอดจนถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ท้องถิ่นอำเภอที่ร่วมกันดำเนินกิจกรรมดี ๆ ในครั้งนี้ ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกครัวเรือน ร่วมกันคัดเเยกขยะ การจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน รวมทั้งการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ผ่านการกระตุ้นปลุกพลังภาคีเครือข่ายการทำงาน การพัฒนาคนด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีความสุข และขอให้ท่านนายอำเภอ ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ ตลอดจนภาคีเครือข่าย ร่วมแรง ร่วมใจกัน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม Change for Good ทำให้เกิดธนาคารขยะในทุกพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีเงินออม ลดปริมาณขยะในพื้นที่ชุมชน ลดปัญหาโลกร้อน สร้างการเรียนรู้การคัดแยกขยะ ปลูกจิตสำนึกที่ดีและกระตุ้นให้เยาวชนดูแลโลกใบเดียวนี้ให้ยั่งยืนตลอดไป
#WorldSoilDay #วันดินโลก #UN #FAO #GlobalSoilPartnership #MOI #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SoilandWaterasourceoflife #SustainableSoilandWaterforbetterlife #ดินดีน้ำดีชีวีมีสุขอย่างยั่งยืน #SDGsforAll #ChangeforGood
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 367/2567 วันที่ 6 มี.ค. 67
