1. การเตือนภัย 1.1 ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติจัดตั้ง “ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า” โดยกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และ GISTDA ร่วมกันติดตามการคาดการณ์ก่อตัวของพายุหรือสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีระบบพยากรณ์อากาศล่วงหน้าในแต่ละพื้นที่และสามารถประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในเรื่องของอุทกภัย และควรจะมีการออกประกาศคำเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วันเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และให้มีการตรวจสอบระบบเตือนภัยว่ามีการพร้อมใช้งานและเตรียมระบบสำรองความถี่ที่มีความจำเป็นหากระบบหลักไม่สามารถใช้การได้ 1.2 ให้กรมป้องกันและบรรเทาอากาศสาธารณภัยเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานจังหวัดในการแจ้งเตือนภัย 1.3 ให้กรมทรัพยากรธรณี ติดตามและประเมินสถานการณ์กรณีธรณีพิบัติภัย ดินถล่มแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการสื่อสารสร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่ และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที
2. การเตรียมพื้นที่รับมือภัยพิบัติ 2.1 ให้จังหวัดสำรวจเร่งรัดการรื้อสิ่งปลูกสร้างที่ขวางลำน้ำพร้อมประสานงานหน่วยงานกองบัญชาการทหารพัฒนาเพื่อบูรณาการการขุดลอกแม่น้ำสายต่าง ๆ 2.2 ให้กองทัพบก กองทัพเรือ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สนับสนุนกำลังพล อากาศยาน เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักรกลหนัก รถยนต์ เรือ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าพื้นที่ได้ทันท่วงที 2.3 ให้กรมชลประทานตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างเกี่ยวกับน้ำให้พร้อมใช้งานและสนับสนุนทรัพยากรในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น เครื่องสูบน้ำและเรือตรวจการณ์ต่าง ๆ 2.4 ให้จังหวัดจัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สาธารณภัยจังหวัด” ไว้เป็นการล่วงหน้า และทำความเข้าใจกับหน่วยงานในพื้นที่แต่ละจังหวัด และจัดเตรียมพื้นที่ สถานที่สำหรับการอพยพประชาชนมายังที่ปลอดภัยและตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และเตรียมสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีพ เช่น น้ำ อาหารแห้ง เครื่องดื่ม การจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน หน่วยรักษาพยาบาลไว้ หากเกิดภัยพิบัติ 2.5 ให้จังหวัดและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดเตรียมสถานที่ประสานงานกับมูลนิธิต่าง ๆ จิตอาสา ที่เข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกให้สามารถสนับสนุนและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.6 ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองก่อสร้างพนังกันน้ำริมตลิ่งระดับวิกฤตตามแผนป้องกันระดับกลางโดยเร็ว 2.7 ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องใช้กลไกประสานงานกับเมียนมา ลดผลกระทบปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในน้ำจากการเปิดเหมืองและแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด
