วันนี้ (13 ม.ค. 69) เวลา 09.45 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้บริหาร และข้าราชการ กระทรวงมหาดไทย เยี่ยมชมนิทรรศการทิศทางการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ณ บริเวณชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีคณะรัฐมนตรี อาทิ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชน ร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการ
สำหรับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยที่ร่วมในการแสดงนิทรรศการฯ ในครั้งนี้ อาทิ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนจากกลุ่มทอผ้า เข้าร่วมนำเสนอ
นายอนุทิน กล่าวว่า นิทรรการฯ ของกระทรวงมหาดไทย ได้นำเสนอผลงานการน้อมนำพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมให้มีความทันสมัย และเป็นระบบ โดยในระยะแรกได้มีการมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP ผ่านการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและการตลาดออนไลน์ ควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการยุคใหม่ 4.0 ซึ่งในปี 2567-2568 มีผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาศักยภาพ รวมกว่า 9,000 คน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการแข่งขันในตลาดปัจจุบันและตลาดอนาคต
“มากไปกว่านั้น ยังได้มีการมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และมีอัตลักษณ์ชุมชนอย่างชัดเจน เป็นที่นิยมของลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยในปี 2567 – 2568 ได้เชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมแล้วกว่า 8,000 ผลิตภัณฑ์ ภายใต้การ ดำเนินงานในโครงการต่างๆ อาทิ OTOP Premium, Young OTOP, Young Designer, OTOP สำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาแนวทางการเพิ่มมูลค่าให้สินค้ามีความทันสมัย มีนวัตกรรม และสามารถคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ชุมชน เพื่อตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคยุคใหม่และกลุ่มผู้สูงอายุได้อีกด้วย“
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มียอดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ทั่วประเทศ ผ่านช่องทางการจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์รวมมูลค่ากว่า 315,193 ล้านบาท และมียอดการจำหน่ายสินค้าในงาน OTOP City 2025 กว่า 868 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกและก้าวกระโดดที่สำคัญของเศรษฐกิจฐานรากไทย สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคอย่างสูง โดยเฉพาะการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ที่สร้างรายได้กว่า 17,727 ล้านบาท ช่วยสร้างโอกาสและกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
“ขอให้กรมการพัฒนาชุมชน มุ่งมั่นขับเคลื่อนส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ OTOP เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนทั่วประเทศ โดยรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนทั้งในด้านองค์ความรู้และช่องทางการตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาไทยเติบโตได้อย่างมั่นคง ส่งเสริมผู้ประกอบการให้ก้าวสู่การเป็น “ผู้ประกอบการยุคใหม่ 4.0” มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันและขยายฐานลูกค้าไปสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน” นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย
ภายในการจัดแสดงนิทรรศการ ได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ OTOP จากหลากหลายโครงการสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน อาทิ OTOP Premium, Knowledge-Based OTOP (KBO), Provincial Star OTOP (PSO), OTOP Product for the Elderly และโครงการยกระดับงานหัตถกรรมชุมชน “จักสาน” สู่ตลาดสากล และมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จาก 3 กลุ่มผู้ประกอบการ ได้แก่ กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มผาสาทแก้ว ผ้าทอลายโบราณ จังหวัดมหาสารคาม และกลุ่มศูนย์การเรียนรู้และออกแบบขวัญตา จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อเป็นการสนับสนุนผ้าทอลายโบราณและงานหัตถกรรมไทย ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 23/2569 วันที่ 13 ม.ค. 2569
