วันนี้ (26 ม.ค. 69) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อาทิ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนถึงสื่อมวลชน ร่วมงานแถลง
รัฐบาลได้กราบบังคมทูลพระกรุณาฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการออกแบบและจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ การออกแบบพระหีบจันทน์ พระโกศจันทน์ และเครื่องสังเค็ดในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยทรงมีพระบรมราชานุมัติตามที่รัฐบาลกราบบังคมทูลพระกรุณา และรัฐบาลได้กราบบังคมทูลเชิญฝ่าพระบาทสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในครั้งนี้ ซึ่งดำเนินการโดยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
ด้านการออกแบบ ยึดหลักการออกแบบตามโบราณราชประเพณีควบคู่กับความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรม ที่สะท้อนพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ซึ่งพระเมรุมาศที่ส่วนยอดเป็นทรงมงกุฎแปลงตามเครื่องศิราภรณ์ของเจ้านาย ประกอบด้วย หลังคาซ้อน 7 ชั้นเชิงกลอน เสมอด้วยพระมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ส่วนปลียอดเป็นรูปพรหมพักตร์ สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลกหลังการสวรรคต และสื่อถึงพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเสมือนมารดาดูแลรักษาบุตรดังพรหมของบุตร และที่ยอดบนสุดของพระเมรุมาศประดับนพปฎลมหาเศวตฉัตรหรือฉัตร 9 ชั้น เพื่อแสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศขั้นสูงสุด
ด้านแผนผัง เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ทรงปราสาท ออกมุข 4 ด้าน ตั้งอยู่เหนือฐานชาลา 2 ชั้น ที่ตกแต่งด้วยรูปเทวดาสื่อถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังคาสีฟ้าหม่นสลับสีปีกแมลงทับ หน้าบันแต่ละด้านประดับอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. บนพื้นสีฟ้า เป็นสีประจำวันศุกร์วันพระราชสมภพ พื้นหลังสีชมพูซึ่งเป็นสีแห่งศรีของวันพระราชสมภพ ซุ้มหน้าบันจัดสร้างในลักษณะซุ้มหน้านางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงมงกุฎและสร้อยพระศอที่เคยทรงขณะดำรงพระชนม์ชีพ ลายประกอบสำหรับตกแต่งพระเมรุมาศได้รับแรง บันดาลใจมาจากพรรณไม้ต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระนาม “สิริกิติ์” ส่วนฉากบังเพลิง จัดปักโดยฝีมือช่างสถาบันสิริกิติ์ซึ่งถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ด้านภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศ จัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับด้วย สระทรงกลมรายรอบ ด้วยรูปสัตว์หิมพานต์และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์การแสดงโขน นอกจากนี้ ยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับ และรับรองทูตานุทูต ตลอดจนแขกที่เข้าร่วมพิธี
ด้านการจัดสร้างพระหีบจันทน์ และพระโกศจันทน์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร อยู่ระหว่างการขยายแบบและลวดลายเพื่อจัดสร้าง โดยขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดส่งไม้จันทน์หอมให้กับกระทรวงวัฒนธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในส่วนพระโกศพระบรมอัฐิ ทำด้วยทองคำลงยาราชาวดีประดับรัตนชาติ รูปทรง 8 เหลี่ยม ยอดทรงมงกุฎตามรูปแบบที่สืบทอดมาแต่โบราณ
สำหรับการก่อสร้างพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบ จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ และจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2569 จากนั้น จะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวาบพระเพลิงพระบรมศพต่อไป
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างเครื่องสังเค็ดสำหรับพระราชทานไปยังพระอารามหลวงและศาสนสถานต่าง ๆ ประกอบด้วย โต๊ะหมู่ ตู้หนังสือ โต๊ะทำงานพร้อมชั้นหนังสือและเก้าอี้ จัดสร้างจำนวน 4 แบบ และโคมไฟ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 79/2569 วันที่ 26 ม.ค. 2569
ครั้งที่ 79/2569 วันที่ 26 ม.ค. 2569
