วันนี้ (26 ม.ค. 69) เวลา 13.50 น. ณ บริเวณโดมเทศบาลตำบลตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบปะและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ชรบ. อสม. และประชาชน กว่า 500 คน เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในขณะนี้สถานการณ์ความไม่สงบทั้งหลายอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้แล้ว มีความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมาตนเชื่อว่าความอดทนอดกลั้นของพี่น้องประชาชนไม่ใช่สิ่งที่ง่าย เพราะทุกคนต้องอพยพออกไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งไม่ได้สะดวกสบายเหมือนกับอยู่บ้าน “ในฐานะนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล ต้องกราบขอบพระคุณในความร่วมมือ ในความอดทนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน รวมถึงเจ้าหน้าที่ ชรบ. อส. อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาท้องถิ่น ที่ได้อำนวยความสะดวกดูแลพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิดในช่วงที่ต้องหลบภัย และหลังจากสถานการณ์ตนเข้าใจพี่น้องประชาชนที่กลับมาแล้วต้องเห็นบ้านของตนเองเสียหายจากอาวุธหนัก รัฐบาลต้องกราบขอโทษทุกคนที่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น รัฐบาลมีความเสียใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประชาชนทุกคน”
“แต่ด้วยความร่วมมือ ความอดทน ความเสียสละของพี่น้องประชาชน ทำให้รัฐบาล กองทัพ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สามารถ ควบคุมสถานการณ์ได้ ถ้าเปรียบเทียบว่านี่คือการรบ พี่น้องประชาชนทำให้พงกเรารบชนะ ทำให้อธิปไตยของประเทศไม่ถูกคุกคาม ทำให้ดินแดนของแผ่นดินของเราไม่ต้องเสียไปให้กับฝ่ายตรงข้าม คำว่าแพ้ไม่เคยปรากฏอยู่ในความรู้สึกส่วนใหญ่ของพวกเรา ยิ่งได้รับความร่วมมือจากพ่อแม่พี่น้องเช่นนี้ ยิ่งทำให้การดำเนินการต่าง ๆ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เราทำหน้าที่ในการปกป้องดินแดนอย่างเต็มความสามารถ เพราะเรารู้ว่าพี่น้องประชาชนปลอดภัยแล้ว จึงขอแสดงความชื่นชม ขอบคุณ แล้วก็ขออภัยในสิ่งที่ก่อให้เกิดความไม่ไม่ถูกใจ เสียอารมณ์ เสียความรู้สึก เสียใจ“
นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบซึ่งรัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางที่จะให้มีการเยียวยาซึ่งแม้จะไม่เพียงพอกับสภาพจริง แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้วทุกครัวเรือน และในส่วนของพี่น้องประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายนั้น กระทรวงมหาดไทยมีงบซ่อมแซมเบื้องต้น 49,000 บาท และในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีมีงบที่จะเข้ามาซ่อมแซมบ้านเรือนตามค่าใช้จ่ายจริง โดยมีสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมาร่วมกันประเมินค่าใช้จ่ายเพื่อให้รัฐได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณการซ่อมแซมบ้าน
“สิ่งสำคัญ คือ การที่เราจะต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่าดินแดนของเราได้รับการควบคุมสถานการณ์อย่างเรียบร้อยแล้ว ต้องไม่ให้เกิดความสูญเสียใด ๆ เพิ่มมากขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตของพี่น้องทหารหาญของพวกเราที่ยังคงตรึงกำลังอยู่ ตนขอให้คำยืนยันว่า “ฝ่ายความมั่นคงของประเทศก็ยังจะคอยดูแลปกป้องอธิปไตยและสร้างความมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนต้องได้รับความปลอดภัย“
นอกจากนี้ ต้องขอขอบคุณ อสม. ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนสำคัญที่จะคอยดูแลทั้งการเยียวยาจิตใจ และสุขภาพประชาชน เพราะท่านคือ “หมอคนแรกของพี่น้องประชาชน” ดูแลสุขภาพพื้นฐานเบื้องต้นของพี่น้องประชาชน รวมถึงขอบพระคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างทุ่มเทเสียสละ สร้างความมั่นใจดูแลพื้นที่ทำให้ประชาชนในศูนย์พักพิงได้รับความสะดวกมากที่สุด ขณะเดียวกัน ทุกท่านได้ช่วยกันเฝ้าหมู่บ้าน เฝ้าครัวเรือน เฝ้าบ้านพักอาศัยให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลต้องขอบคุณในความสนับสนุนความร่วมมือต่าง ๆ ที่พวกท่านได้ทำไปในนามของรัฐบาลให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)” ที่ในขณะนี้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองได้มีการจัดสรรงบประมาณลงไปหมู่บ้านละ 5,000 บาท/เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป เพื่อเป็นเงินสะสมในลักษณะกองทุนในการปฏิบัติหน้าที่ของ ชรบ. อาทิ ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ค่าอาหาร ค่าวัสดุอุปกรณ์ เพื่อทำให้สามารถบริหารจัดการดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในทุกหมู่บ้าน เป็นการอำนวยความสะดวกให้ท่านมีความคล่องตัวเพิ่มมากขึ้น”
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 80/2569 วันที่ 26 ม.ค. 2569
