วันนี้ (28 ม.ค. 69) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติให้แก่ผู้ร่วมดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างพังถล่ม โดยมี นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะผู้บริหารกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุมนริศรานุสรณ์ ชั้น 11 อาคาร 11 ชั้น กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า พิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติฯ ในวันนี้ เป็นงานที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ริเริ่มขึ้น และพี่น้องภาคีเครือข่ายทุกท่านที่ได้รับโล่เชิดชูเกียรติฯ ในวันนี้ สะท้อนให้เห็นแล้วว่า “การทำงานที่ยิ่งใหญ่จะสำเร็จได้ต้องมีบุคคลที่เป็นเบื้องหลัง” ทุกท่านถือเป็นบุคคลที่กระทรวงมหาดไทยและกรมโยธาธิการและผังเมือง เล็งเห็นถึงความสำคัญและเชิญร่วมเป็นคณะกรรมการและคณะทำงานด้านต่าง ๆ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อไปอีกว่า กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างพังถล่มครั้งนี้ ไม่ได้เพียงสร้างความสูญเสียโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพย์สินเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับมาตรฐานด้านวิศวกรรม รวมถึงงานด้านการตรวจสอบการก่อสร้างและการกำกับดูแลของภาครัฐโดยรวม ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการฯ ดังกล่าวขึ้นมา เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งคณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวิเคราะห์และประเมินสภาพโครงสร้างและข้อเสนอแนะเชิงเทคนิคอย่างถี่ถ้วน จนสามารถสรุปผลข้อเท็จจริงและได้รายงานกับนายกรัฐมนตรีอย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ สามารถส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ในการตรวจสอบและวางนโยบาย นำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานการก่อสร้างและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับงานก่อสร้างอาคารได้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ถือเป็นผลงานที่สมควรได้รับเชิดชูเกียรติอย่างยิ่ง
“ขอแสดงความชื่นชมในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนตามที่ได้รับมอบหมายและปฏิบัติด้วยความรอบคอบตามหลักวิชาการ หน่วยงานภาคีเครือข่ายมากมายซึ่งทำงาน ภายใต้หลักธรรมาภิบาลทุ่มเท เสียสละ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเพื่อค้นหาสาเหตุของการพังถล่ม โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ขอให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนที่มีคุณค่าของทุกภาคส่วน ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของอาคาร และขอให้ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจความเสียสละและความทุ่มเทของทุกท่าน ให้สำเร็จลุล่วงแล้วโดยเร็ว ทำให้เป็นที่ยอมรับของสังคมว่าได้ทำงานอย่างรวดเร็ว ชัดเจน และมีประสิทธิภาพ จากความร่วมมือจัดทำสร้างให้สังคมปลอดภัยในอนาคต รวมถึงให้รุ่นต่อไปได้เรียนรู้เป็นแบบอย่างบทเรียน เพื่อปรับปรุงและพัฒนา ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกขึ้นอีก” ปลัด มท. กล่าวเพิ่มเติม
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังได้เน้นย้ำในช่วงหนึ่งว่า “เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา สิ่งสำคัญคือการสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบเร็วที่สุดซึ่งหลังจากเกิดเหตุ กระทรวงมหาดไทยได้ใช้ระบบวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย (Digital Trunked Radio System : DTRS) โดยสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง แจ้งไปยังพื้นที่ให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกคนได้รับรู้เพื่อสร้างความรับรู้เข้าใจประชาชน อันเป็นการลดความตื่นตระหนก และต่อมากระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติฉุกเฉิน “Cell Broadcast” โดยบูรณาการร่วมกับภาครัฐ ภาค เอกชน เพื่อแจ้งเตือนภัยพิบัติผ่าน Smartphone อย่างทันท่วงที ทำให้พี่น้องประชาชนปลอดภัย”
ด้าน อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์กลางบริเวณสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้สร้างความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่พังถล่ม จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุอาคารถล่ม ประกอบด้วย กรมโยธาธิการและผังเมือง สถาบันการศึกษา องค์กรวิชาชีพด้านวิศวกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 22 ท่าน นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมและหน่วยงานต่าง ๆ รวมเป็นคณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงานอีก 133 ท่าน
“ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาคณะทำงานและคณะกรรมการได้ร่วมแรงร่วมใจในการดำเนินการตรวจสอบ โดยได้จัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ขั้นสูงเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างของอาคาร เหตุการณ์แผ่นดินไหวพร้อมจัดทำรายงานสืบค้นข้อเท็จจริงทั้งในด้านการออกแบบโครงสร้าง การตรวจสอบคุณภาพวัสดุ กระบวนการก่อสร้าง และการควบคุมงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ข้อจำกัดของเวลา สภาพแวดล้อม และความคาดหวังของสังคม โดยใช้หลักวิชาการควบคู่กับความระมัดระวังทางจริยธรรม คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ส่งผลให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อนำไปสู่การปรับร่างกฎหมายและมาตรฐานการก่อสร้างต่อไป” อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าว
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 91/2569 วันที่ 28 ม.ค. 69
