วันที่ 24 ก.พ. 69 เวลา 13.30 น. ที่อาคารรับรอง 606 สนามเสือป่า สำนักพระราชวัง เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ประชุมกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ครั้งที่ 1/2569 โดยมี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะเลขาธิการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานการประชุม พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เข้าร่วม พร้อมกันนี้มีผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เข้าประชุมด้วย ได้แก่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
มูลนิธิโครงการหลวงได้ดำเนินงานตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครอบคลุมมิติด้านการวิจัยและนวัตกรรม เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2568 มีงานวิจัยและนวัตกรรมสามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงดำเนินการสำเร็จ 14 โครงการ สร้างมูลค่ากว่า 22 ล้านบาท เกษตรกรได้รับประโยชน์ 2,261 ราย ส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรทั้งในและนอกภาคการเกษตรกว่า 10,800 ราย สร้างรายได้คืนสู่เกษตรกร 953 ล้านบาท พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียวกว่า 700 ไร่ ภายใต้โครงการสวมหมวกให้ดอยและโครงการป่าชาวบ้าน รวมทั้งฟื้นฟูป่าต้นน้ำรวม 3,830 ไร่ มีผู้ได้รับประโยชน์ 21,435 ราย พร้อมขับเคลื่อนสถาบันการเรียนรู้ ซึ่งมีผู้เข้าศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ รวม 4,218 คณะ จำนวน 46,809 คน และพัฒนาถ่ายทอดองค์ความรู้ สู่สากล
สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไตรมาสแรก ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานเป็นไปตามแผนและเป้าหมาย โดยสามารถขยายพันธุ์พืชพระราชทาน “เอเดลไวส์” ได้กว่า 3,800 ต้น เพื่อต่อยอดและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการพัฒนาพืชพระราชทานชนิดอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ได้เดินหน้าวิจัยและอนุรักษ์ป่าชาโบราณในพื้นที่ต้นน้ำแม่ศึก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 95,984 ไร่ เพื่อรักษาป่าชาโบราณของประเทศไทย เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ตลอดจนขับเคลื่อนสถาบันการเรียนรู้ในพื้นที่ทั้ง 40 แห่ง ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนและยกระดับสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังดำเนินกิจกรรมสำคัญ อาทิ โครงการสืบสานพระราชปณิธานงาน โดยการมอบสิ่งของพระราชทานแก่ราษฎรในพื้นที่โครงการหลวง จำนวน 5 แห่ง จำนวน 450 ชุด มอบเสื้อกันหนาวแก่เด็กและเยาวชน จำนวน 288 ตัว การเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และการจัดงานโครงการหลวง ประจำปี 2568 ซึ่งสามารถสร้างการเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลิตผลคืนสู่เกษตรกรกว่า 16.64 ล้านบาท นอกจากนี้ มูลนิธิโครงการหลวงยังได้ขยายบทบาทสู่เวทีนานาชาติ โดยเข้าร่วมประชุมด้านการพัฒนาทางเลือก ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อนำเสนอความสำเร็จของแนวทางพัฒนา “โครงการหลวงโมเดล” ร่วมกับ UNODC และต่อยอดความร่วมมือในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สะท้อนถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ตลอดจนขยายผล Royal Project Model สู่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก ศูนย์ต้นแบบแห่งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ สถานีแห่งแรกที่ขยายผลแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ราบสูงเป็นครั้งแรกในรัชสมัย มีความคืบหน้าตามแผน มุ่งสร้างอาชีพเพิ่มรายได้และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติควบคู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
การประชุมกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวงในครั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับรองการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของมูลนิธิฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ รับรองงบการเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 การแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พิจารณาแผนปฏิบัติและกรอบวงเงินงบประมาณ รายรับ-รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 รวมทั้งแผนหลักสูตรการเรียนรู้ของสถาบันการเรียนรู้มูลนิธิโครงการหลวง เพื่อเตรียมดำเนินการเปิดอย่างเป็นทางการ และได้พิจารณาแผนการจัดหลักสูตรของสถาบันการเรียนรู้มูลนิธิโครงการหลวง หลักสูตรระยะสั้น RPF Training & Workshops และหลักสูตรเฉพาะด้าน 7 หลักสูตร แบ่งเป็นหลักสูตรภาษาไทย 3 หลักสูตร และหลักสูตรนานาชาติ 4 หลักสูตร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน แก่นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการและผู้บริหารระดับสูง
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 170/2569 วันที่ 25 ก.พ. 2569
