เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 69 ที่ตึกสันติไมตรี หลังใน ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 1/2569 และคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยได้กราบนมัสการนิมนต์ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เป็นประธานการประชุมฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระเถระ โอกาสนี้ คณะรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รักษาการที่ปรึกษาด้านการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการจากทุกภาคส่วนร่วมประชุม เพื่อวางกรอบการจัดงานพิธีการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติยศสูงสุด
เนื่องในศุภวาระมงคลที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ 48 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 รัฐบาลและพสกนิกรชาวไทยต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติเพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณากำหนดชื่อการจัดงาน ขอบเขตการดำเนินงาน รวมถึงการรวบรวมโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านให้แผ่ไพศาลทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษอันเป็นมงคลยิ่งของประเทศชาติและประชาชน นั่นคือ การจัดพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งถือเป็นการสืบสานโบราณราชประเพณีอันวิจิตรตระการตาและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติยศแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ โดยภาพความงดงามของริ้วขบวนเรือพระราชพิธีในลำน้ำเจ้าพระยาจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีที่ปวงชนชาวไทยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับปวงชนชาวไทยผ่านสายน้ำที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการเตรียมงานในทุกรายขั้นตอนให้เป็นไปตามรูปแบบโบราณราชประเพณี และให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการเฉลิมพระเกียรติต่าง ๆ ที่จะกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้มีส่วนร่วมในปีแห่งความเป็นมหามงคลนี้พร้อมกัน
นอกจากนี้ ในปี 2569 ยังมีกิจกรรมอันเป็นศุภสมัยมงคลยิ่งที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะทรงเจริญพระชนมายุ 99 พรรษา ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 นี้ นับเป็นวาระพิเศษที่มหาชนทั่วหน้าพึงร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติและฉลองพระกรุณาคุณของพระองค์ท่าน ในโอกาสที่พระชนมายุย่างสู่ศตวรรษ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดงานครั้งนี้เพื่อบูชาพระคุณูปการที่ทรงกอปรไว้เป็นอเนกปริยาย ทั้งในด้านการปกครองคณะสงฆ์ฝ่ายพุทธจักร และการสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยเสมอมา ซึ่งการประชุมในวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นวางรากฐานสำคัญเพื่อให้งานออกมางดงามที่สุด โดยได้ดำเนินการพิจารณา การกำหนดชื่อการจัดงานและตราสัญลักษณ์ที่จะใช้เป็นศูนย์รวมใจของพสกนิกร รวมถึงการวางโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะสะท้อนถึงพระเกียรติคุณอย่างรอบด้าน ซึ่งสิ่งสำคัญคือการทำให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงพระประวัติ พระกรณียกิจ และพระเกียรติคุณที่ทรงเป็นแบบอย่างในการสร้างความสงบสุขและความมั่นคงให้แก่ทางพระพุทธศาสนาและประเทศชาติ ทั้งการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และการจัดทำหนังสือที่ระลึกจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่จะบันทึกประวัติศาสตร์แห่งความจงรักภักดีนี้ไว้ โดยได้มีการมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการประสานงานกับหน่วยราชการในพระองค์อย่างใกล้ชิดและเป็นระยะ เพื่อให้ทุกโครงการและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ทั้งในส่วนของงานพิธีการหรืองานสาธารณกุศลต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบและสมพระเกียรติยศตามที่ทุกภาคส่วนตั้งใจไว้
“ปี 2569 นี้ เป็นปีแห่งศุภวาระมงคลที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจะได้หลอมรวมดวงใจแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตา ถวายพระพรชัยมงคลด้วยความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้การจัดงานเฉลิมพระเกียรติครั้งสำคัญนี้สำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นประวัติศาตสร์แห่งความศรัทธาและน้อมเคารพในสถาบันหลักของชาติที่ยึดโยงจิตใจของปวงชนชาวไทยตลอดไป”
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 168/2569 วันที่ 25 ก.พ. 2569
