วันนี้ (3 เม.ย. 69) เวลา 14.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการปฏิบัติการลาดตระเวนตรวจตราตรวจสอบผู้ลักลอบกระทำความผิดฝ่าฝืนประกาศจังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ ที่ได้สั่งการห้ามบุคคลเข้าพื้นที่ป่า เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่กำลังทวีความรุนแรงส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในขณะนี้ ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน พร้อมทั้งร่วมประชุมกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งฝ่ายปกครอง ท้องที่ ท้องถิ่น สาธารณสุข และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น พบว่า “สาเหตุเกิดจากคนลักลอบเข้าป่าและเผาป่า”
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ล่าสุด ตนได้รับรายงานจากนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้บูรณาการร่วมกับชุดปฏิบัติการควบคุมไฟป่าที่ 3 อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ลาดตระเวนเฝ้าระวังพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถเข้าควบคุมตัวผู้ลักลอบเข้าป่า จำนวน 2 ราย โดยสามารถจับกุมได้ขณะเข้าป่าบริเวณทิศเหนือบ้านไม้ซางหนาม หมู่ที่ 7 ท้องที่ตำบลนาปู่ป้อม อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นการฝ่าฝืนประกาศปิดป่าในห้วงฤดูไฟป่า ดำเนินคดีตามกฎหมาย
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งกำลังประสบสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน จึงได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งบูรณาการกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเร่งดำเนินทุกมาตรการทำให้สถานการณ์บรรเทาลงให้เร็วที่สุด ทั้งได้เน้นย้ำในเรื่องการเอาผิดดำเนินคดีกับผู้ลักลอบกระทำการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเข้าพื้นที่ป่าอย่างเด็ดขาด แม้จะเข้าไปกระทำการใดใดถือว่า “มีความผิดทุกราย” เพื่อทำให้สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน หมดไป และทำให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขในเร็ววัน”
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 298/2569 วันที่ 3 เม.ย. 2569
