วันที่ 14 พ.ค. 69 นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน ในฐานะหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการกำหนดแนวทางเชิงนโยบายต่อการบริหารจัดการพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) โดยมี น.ส.อรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมสำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงมหาดไทย
การประชุมในครั้งนี้ เป็นการหารือถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ จากแนวทางการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสู่การพึ่งพาตนเอง ภายใต้การดำเนินงาน 3 ระยะ เพื่อให้ผู้หนีภัยสามารถดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน ลดการใช้งบประมาณจากภาครัฐและองค์กร NGOs และเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยภายใต้ระเบียบกฎหมาย
นายภาสกร กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคง กระทรวงมหาดไทยจึงเร่งผลักดันนโยบาย ‘Right to Work’ หรือการส่งเสริมสิทธิในการประกอบอาชีพ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยที่มีศักยภาพและอยู่ในวัยแรงงาน สามารถออกมาทำงานนอกพื้นที่พักพิงฯ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยแนวทางส่งเสริมการหาเลี้ยงชีพเปลี่ยนผ่านจากการรอรับความช่วยเหลือ (Humanitarian Assistance) ไปสู่การพึ่งพาตนเอง (Self-Reliance) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน
“ล่าสุดนี้เรามีความคืบหน้าสำคัญในการจัดทำ “บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยสำหรับกลุ่ม ผภร.” ซึ่งจะช่วยให้ผู้หนีภัยใช้พิสูจน์ตัวตนเพื่อรับสิทธิในการทำงานและเข้าถึงบริการพื้นฐาน เช่น การเปิดบัญชีธนาคารและการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยกรมการปกครองขณะนี้กำลังประสานความร่วมมือขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก UNHCR เพื่อดำเนินการผลิตบัตรให้แก่กลุ่มเป้าหมาย โดยจะเริ่มจากกลุ่มวัยแรงงานที่ออกไปทำงานเป็นลำดับแรก นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงมาตรฐานแนวทางปฏิบัติ (SOP) ให้เป็นเอกภาพร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะขยายพื้นที่จ้างงานให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภาคเอกชนและลดความเสี่ยงด้านการละเมิดมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ รวมถึงการปรับปรุงระบบออนไลน์ของกรมการจัดหางานให้ยืดหยุ่นขึ้นด้วย” นายภาสกร กล่าว
นายภาสกร กล่าวเน้นย้ำว่า ในระยะยาว ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันบริหารความเสี่ยงและสร้างการยอมรับของสังคมต่อกลุ่มผู้ที่หนีภัยฯ ที่ออกไปทำงานข้างนอกให้มากขึ้น โดยจะต้องมีการจัดทำระบบข้อมูลกลาง (Dashboard) เพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ของนโยบายอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งดูแลกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ผ่านมาตรการทางสังคมและประกันสุขภาพ ซึ่งแผนปฏิบัติการที่หารือกันในวันนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยจะนำเสนอต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อกำหนดเป็นนโยบายระดับชาติในการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 445/2569 วันที่ 15 พ.ค. 2569
