วันนี้ (10 ก.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามบริเวณคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย และพบปะประชาชนเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนความต้องการของคนในพื้นที่ ณ วัดท่าช้าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี/ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวิศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาว ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตลอดจนข้าราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่
โดยในเวลา 13.30 น. นายอนุทิน พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจติดตามบริเวณคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา จนส่งผลให้โครงสร้างตลิ่งถูกกระแสน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหาย จากนั้นได้เดินทางไปวัดท่าช้าง เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน ในการรับฟังเสียงสะท้อนความต้องการของคนในพื้นที่ด้านการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและยกระดับศักยภาพของจังหวัดสงขลา
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนและคณะผู้บริหารจากหลากหลายส่วนราชการ มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เดินทางลงพื้นที่มาพบปะกับทุกท่านในวันนี้ การมาของเราในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การมาเยี่ยมเยียนเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจตามปกติเท่านั้น แต่เรามาด้วยภารกิจสำคัญในการรับฟังเสียงสะท้อน รับฟังปัญหาที่แท้จริงจากปากของพี่น้องประชาชน และร่วมกันเตรียมความพร้อมอย่างเต็มพิกัดในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจากในขณะนี้ภาคใต้ของเรากำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนอย่างเต็มตัว
“เมื่อย้อนไปถึงสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา ตนและคณะได้เดินทางลงพื้นที่ด้วยตนเอง และได้เห็นภาพความเดือดร้อน ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความตระหนักให้กับพวกเราว่าเราจะนิ่งนอนใจไม่ได้เด็ดขาด ภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้หากมีฝนตกหนัก ในปีนี้ระบบการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมพร้อมรับมือของเราจะต้องมีความรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น ระบบการเยียวยาและการให้ความช่วยเหลือหลังจากเกิดภัยจะต้องได้รับการปรับปรุงให้ครอบคลุม รวดเร็ว และ ‘ต้องไม่มีพี่น้องประชาชนคนใดตกหล่น’ จากการดูแลของภาครัฐแม้แต่คนเดียว ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นในความตั้งใจจริงของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน กองอาสารักษาดินแดน ตลอดจนกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการรวมพลังเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องอย่างสุดความสามารถ“
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมรับมือกับอุทกภัยแล้ว รัฐบาลยังเล็งเห็นว่าจังหวัดสงขลาคือฟันเฟืองและเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในทางเศรษฐกิจและการค้าชายแดนของประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย เราตั้งเป้าหมายที่ร่วมกันในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการค้าข้ามแดน โดยมีหมุดหมายสำคัญว่าภายในปี 2570 จะต้องพัฒนาและผลักดันมูลค่าการค้าขายระหว่างประเทศให้ไปถึงหนึ่งล้านล้านบาท เพื่อสร้างความมั่งคั่งและความคล่องตัวทางการเงินให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งการร่วมเปิดประตูด่านศุลกากรสะเดาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น ถือเป็นสัญลักษณ์และเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ เป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงมากกว่าเดิม
“ในระยะยาว รัฐบาลได้มุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งในจังหวัดสงขลาอย่างครบวงจร ทั้งการขยายเส้นทางคมนาคมทางบก การพัฒนาท่าอากาศยาน และการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ทางเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าอย่างเต็มรูปแบบ ยกระดับให้จังหวัดสงขลากลายเป็น ‘เมืองศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค’ ที่สามารถกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ นี่คือความตั้งใจจริงที่รัฐบาลตั้งใจทำเพื่ออนาคตของพ่อแม่พี่น้องทุกคน เพราะรัฐบาลชุดนี้มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในทุกภูมิภาค หากมีสิ่งใดที่ท่านเห็นว่าควรปรับปรุงหรืออยากให้รัฐบาลเข้าไปแก้ไขเพิ่มเติม ขอให้บอกพวกเรามาได้ทันที พวกเราพร้อมรับฟังและจะเร่งรัดดำเนินการแก้ไขให้อย่างเต็มที่ ท้ายที่สุดนี้ ตนขออวยพรให้พ่อแม่พี่น้องชาวสงขลาทุกท่านคลายความกังวล มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการ ขอบคุณในทุกกำลังใจที่มอบให้แก่พวกเรา และขอสัญญาว่าจะทุ่มเททำงานเพื่อยกระดับจังหวัดสงขลาให้เป็นเมืองที่สมบูรณ์พูนสุข พี่น้องประชาชนมีความสุข อยู่ดีกินดี และมีความมั่นคงในชีวิตอย่างยั่งยืน“ นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 645/2569 วันที่ 10 ก.ค. 2569
