วันนี้ (21 พ.ค. 69) เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเครื่องการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายภราดร ปริศนานันทกุล นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 76 จังหวัด ผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคง ป.ป.ส. ป.ป.ง. เข้าร่วม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live “กระทรวงมหาดไทย PR” และ “DOPA Channel”
โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงตึกสันติไมตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แล้วเป็นประธานมอบนโยบาย พร้อมทั้งประกอบพิธี Kick off workshop ซึ่งภายหลังการมอบนโยบายฯ นายกรัฐมนตรี ได้เดินตรวจเยี่ยมการแบ่งกลุ่ม Workshop ของผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ ทั้ง 4 ภาค พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนตลอดทั้งวัน
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พวกเราซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยงานด้านการปกครอง ความมั่นคง และตำรวจ ได้มาร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้ “ยินดีต้อนรับสู่ทำเนียบรัฐบาลของพวกเรา” วันนี้ท่านคงเห็นว่าทำไมเราไม่ประชุมอยู่ตามศูนย์ประชุมต่าง ๆ เพราะตนอยากให้เห็นว่าเรื่องนี้คือนโยบายสำคัญของรัฐบาล และการปฏิบัติ ความร่วมมือทั้งหลายทั้งปวง จะต้องเริ่มขึ้นที่ศูนย์กลางของการบริหารราชการแผ่นดิน นั่นก็คือทำเนียบรัฐบาล
“รู้สึกยินดีมากที่ได้เห็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน 2 หน่วยงานหลัก กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กองทัพกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานอิสระต่างๆ วันนี้เราได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการหรือ “Workshop” เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาล หน่วยงานทั้งหมดนี้ต่างเป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูง หากเราเชื่อมโยงและบูรณาการทำงานได้เป็นอย่างดีแล้ว จะสะท้อนออกมาคือความมั่นคงและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทย” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันสถานการณ์ด้านความมั่นคงมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงมีนโยบายในการส่งเสริมความมั่นคงของประเทศให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามจากภายในประเทศหรือนอกประเทศ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนกระทรวงยุติธรรม หน่วยความมั่นคง ถือเป็น 4 เสาหลักในการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ จึงขอมอบแนวทางการดำเนินการด้านความมั่นคง เพื่อให้ทุกองค์กรและหน่วยงานและสังกัดได้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพ ดังนี้
1) เรื่องมิติด้านการป้องกัน กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการบริหารราชการแผ่นดิน เรามีผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ขอให้ทั้งสองฝ่ายทำงานแบบในลักษณะ “ทีมจังหวัด” อย่างใกล้ชิด แลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง สามารถจะกลไกในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเฝ้าระวังภัยจากยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และภัยจากผู้มีอิทธิพล ที่คอยมาข่มเหงรังแกพี่น้องประชาชนในความดูแลของพวกเรา
ทั้งสองฝ่ายต้องทำงานอย่างจริงจัง หากมีเหตุการณ์มีกระแสมีข่าวเราต้องตอบสนองทันที มีการวางแผนล่วงหน้าในการปราบปรามและอาชญากรรมด้วยความยั่งยืนและต่อเนื่อง ขอปลุกจิตสำนึกของพวกเรา ว่าหน้าที่ของพวกเราคือการดูแลประชาชน ความรู้สึกของเราคือต้องและห่วงใยประชาชน และมีความรู้สึกเจ็บปวดที่ได้เห็นพี่น้องประชาชนของเราถูกคุกคามรังแก ถ้าหากเรามีความสำนึกเช่นนี้ได้การร่วมมือร่วมใจของท่านก็จะทำให้เกิดความผาสุก “บำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล” ทั้ง 4 เป้าหมายขอให้ถือเป็นเป้าหมายหลักของพวกเรา ที่จะร่วมงานกันเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีความสุข
ในพื้นที่เสี่ยง เมืองท่องเที่ยว เขตเศรษฐกิจที่สำคัญ เราต้องสร้างให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และทำให้ทุกจังหวัดมีความปลอดภัยปราศจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ รัฐบาลชุดนี้ให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวก ทั้งงบประมาณ ทรัพยากร เครื่องมืออุปกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในการตอบสนองเหตุการณ์ที่รวดเร็วและทันท่วงที ทำให้ท่านทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2) เรื่องมิติด้านการปราบปราม ขอให้มีการเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกประเทศ การกระทำความผิดทุกรูปแบบให้สอบสวนสืบสวนขยายผลไปถึงผู้บงการและเครือข่ายรายใหญ่ เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมกรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง เช่น call center เว็ปพนันออนไลน์ต้องมีการตัดเส้นทางการเงินอย่างเด็ดขาด เรื่องอาวุธปืน กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งให้บุคคลทั่วไปยกเว้นเจ้าหน้าที่ของรัฐ การพกพาอาวุธปืนถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย คนที่มีหน้าที่ปกป้องคนไทยคือหน้าที่ของพวกเรา ไม่มีเหตุผลใดที่ประชาชนทั่วไปจะต้องพกปืน ดังนั้นตราบใดที่ตนดูแลและควบคุมอยู่ คงจะต่ออายุกฎหมายนี้ต่อไป และคิดว่าทุกรัฐบาลก็เห็นพ้องป้องกันตามวิญญูชนคนทั่วไป
“ตอนนี้อาชญากรรมมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ คนในและคนนอกร่วมมือผสมกัน สิ่งเหล่านี้มั่นใจว่าไม่เกินความสามารถของท่านแน่นอนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว เราต้องไม่ให้คนต่างชาติมาข่มเหงคนในบ้านเรา ประเทศนี้เป็นประเทศของเราเราต้องดูแลคนของเราเหนือสิ่งอื่นใด ขอให้ความมั่นใจว่าการที่ท่านได้รับนโยบายของรัฐบาล ท่านดำเนินการได้เลยขอให้ยึดหลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ไม่ว่าใครที่ไหนเราไม่ต้องเกรงกลัว ไม่มีใครมาแทรกแซงการทำงานของท่านได้ หากเป็นงานที่ทำแล้วลำบากใจ ตนพร้อมที่จะรับฟังให้แนวทางและดำเนินการไปพร้อมกับทุกท่านในการดำเนินการ “บำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล“
3) มิติด้านการช่วยเหลือเยียวยาดูแลประชาชน กระทรวงมหาดไทยมีกลไกศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานในพื้นที่ ในการรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดให้ประชาชน สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วเป็นธรรมและตรวจสอบได้ ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ได้นำผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการนี้ด้วย การใช้เทคโนโลยีทุกรูปแบบในการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรม ถือเป็นการดำเนินการเชิงรุก เราอยู่บนฐานเดียวกันแล้ว จับมือดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้ขอให้หัวหน้าหน่วยทั้งหลาย ให้การสนับสนุนทีมงานในแต่ละจังหวัดหรือแม้แต่ภารกิจ ซึ่งเรามีหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบและความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน มีองคาพยพที่ครบอยู่แล้ว เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน พี่น้องประชาชนก็จะให้การชื่นชมในผลงานและการทำงานของท่าน
นายอนุทิน กล่าวเน้นย้ำว่า สิ่งที่กล่าวไป ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเกิดภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้แต่หากเราค่อยเริ่มเริ่มจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด มีการคุยกัน ประชุมลงพื้นที่ตรวจตรา พวกอันธพาลพวกทำผิดกฎหมายไม่อยู่รอท่านจับแน่นอน ตนเชื่อมั่นในฝีมือฝ่ายความมั่นคงในประเทศไทย ท่านตั้งใจที่จะทำให้เกิดความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชนในประเทศแล้ว จะไม่เกิดความล้มเหลว แต่จะเกิดความเรียบร้อย ทุกวันนี้มีเทคโนโลยี มีการสื่อสาร ทำให้เราได้เห็นผลสัมฤทธิ์ทำให้คนทั่วทั้งโลกได้เห็นในเวลาอันสั้น มีการวิพากษ์วิจารณ์ นับเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะได้รับรู้และรับทราบ เราค่อยๆ ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน หากฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงบูรณาการความร่วมมือร่วมกัน การทำงานเป็นลำดับชั้นเกิดขึ้น ทุกระดับก็จะมีความรับผิดชอบเกิดขึ้นในแต่ละระดับ ช่วยกันแก้ไขปัญหา
“ขอให้ท่านได้ใช้เวลาในวันนี้อย่างเต็มที่ เชื่อว่าเราจะได้แนวทางทางออกหลักปฏิบัติที่จะ “บำบัดทุกข์บำรุงสุข” และ “พิทักษ์กับสันติราษฎร์” ให้กับพี่น้องประชาชนร่วมกัน หวังว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เราต้องทำงานรูปแบบใหม่ มานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนกันและกัน รับรู้รับฟัง รับประทานอาหารด้วยกัน นำไปสู่ข้อสรุปร่วมกัน และกลับไปทำงานในพื้นที่ ซึ่งจะก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในการแสวงหาความร่วมมือในวันนี้ ทั้งนี้ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมีความมั่นใจเป็นอันมาก ในประสิทธิภาพการทำงานของพวกท่านทุกคน ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข เต็มใจที่จะเห็นบ้านเมืองพัฒนาไปในทางทิศทางที่ดี พวกเราทุกคนแลกเปลี่ยนความเชื่อใจซึ่งกันและกัน ทำด้วยความเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ บันดาลความสำเร็จให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณความทุ่มเทให้ทุกท่านที่มาร่วมประชุมในวันนี้ และจะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ” นายอนุทินกล่าวในช่วงท้าย
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สถานการณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันหลายมิติ กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้ร่วมมือกันจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อยกระดับการทำงานให้เป็นเอกภาพ โดยมีกรอบการระดมความคิดเห็นใน 9 ประเด็นหลัก เช่น การบุกรุกที่ดินสาธารณะ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ปัญหายาเสพติด ผู้มีอิทธิพล หนี้นอกระบบ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง แบ่งออกเป็น 4 ภาค มีผู้เข้าร่วม 400 คน
สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร การจัดระเบียบสังคมเชิงรุกเพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพลและสิ่งผิดกฎหมาย การเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน และการแก้ไขปัญหาการครอบงำธุรกิจของคนต่างด้าว ทั้งนี้ ภารกิจด้านความมั่นคงในปัจจุบันไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยหน่วยงานเดียว จึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีหัวใจสำคัญคือการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ใช้ข้อมูลร่วมกัน และมีการปฏิบัติที่รวดเร็ว เด็ดขาด และต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 464/2569 วันที่ 21 พ.ค. 69






