วันนี้ (21 พ.ค. 69) เวลา 13.50 น. ที่ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายประเทือง มนตรี ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการ พร้อมรับฟังคำแนะนำแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน โดยมี นายภาณุ พรวัฒนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายกู้เกียรติ นิ่มเนียม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางบุณฑริก หิรัญบูรณะ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือ
นายพลพีร์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยภายใต้การนําของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย โดยคำนึงถึงความหลากหลาย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่สั่งและปฏิบัติราชการกรมการพัฒนาชุมชน ได้มีการหารือข้าราชการร่วมกับอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมบทบาทสตรีผ่าน “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ด้วยการต่อยอดธุรกิจให้กับสมาชิกกองทุนฯ ที่มีศักยภาพให้ได้รับการเพิ่มพูนรายได้
“รวมถึงการส่งเสริมภาคเอกชนมาจับคู่กับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เช่น ถ้าเราสามารถผลิตผลิตภัณฑ์สินค้าที่ตอบโจทย์กับความต้องการตลาดและมีช่องทางการตลาดของภาคเอกชนอยู่แล้ว ก็สามารถทำให้สมาชิกกองทุนฯ เป็นSupplier (ซัพพลายเออร์) ทำให้เราเป็นหนึ่งใน Original Equipment Manufacturer (OEM) ของภาคเอกชน ซึ่งแน่นอนว่า สินค้าอาจไม่ได้ดัง แต่สมาชิกของเราจะได้ตังค์ มีรายได้กลับสู่ชุมชน และล่าสุด ตนได้หารือกับท่านศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในการทำให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ทำงานกันอย่างสนิทและใกล้ชิดกันมากขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน“
นายพลพีร์ ยังได้กล่าวถึงนโยบาย One Stop Service ซึ่งตนได้เน้นย้ำให้กรมและรัฐวิสาหกิจได้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกประชาชนให้เข้าถึงบริการภาครัฐอย่างทั่วถึงและใกล้ชิด อาทิ การเข้าร่วมโครงการ Solar Rooftop โดยสามารถนำเพียงบัตรประชาชนมาติดต่อที่สำนักงานการไฟฟ้า ในลักษณะ “มาแต่ตัวแต่งตัวให้เอง” ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการด้านเอกสารให้กับพี่น้องประชาชนผู้รับบริการและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มศักยภาพ
ด้านนายประเทือง มนตรี กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม เป็นคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ที่มีภารกิจพิจารณาร่างกฎหมาย ศึกษาปัญหา แสวงข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งเป็นงานที่มีความท้าทาย แสวงหาข้อมูลบนฐานข้อเท็จจริง และเป็นไปได้ เพื่อให้คำแนะนำต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับประเด็นต่าง ๆ โดยมีคณะอนุกรรมาธิการย่อย 3 คณะ ได้แก่ 1. คณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน และกลุ่มชาติพันธุ์ 2. คณะอนุกรรมาธิการกิจการสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศ และ 3. คณะอนุกรรมาธิการกิจการผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส
จากนั้น นางอจลา ณ ระนอง รองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนด้วยกลไกระดับพื้นที่ของกระทรวงมหาดไทย อาทิ การส่งเสริมความต่อเนื่องของ “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ทำให้สตรีในทุกหมู่บ้านมีงาน มีอาชีพ มีรายได้ จากเงินทุนของกองทุนฯ และต่อยอดทำให้เป็น “หมู่บ้านปลอดสตรีว่างงาน” เมื่อหมู่บ้านปลอดการว่างงาน ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด และทั้งประเทศก็จะไม่มีสตรีที่ว่างงาน ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจฐานรากดีขึ้น ควบคู่การส่งเสริมบทบาทสตรียุติความรุนแรงในครอบครัว
ขณะที่ นายชาญชัย ไชยพิศ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่ 4 ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน และกลุ่มชาติพันธุ์ ได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฯ อาทิ การป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าในทุกสถานศึกษา ทุกหมู่บ้าน ชุมชน อย่างจริงจัง การส่งเสริมความเข้มแข็งบทบาทสภาเด็กและเยาวชน การปรับหลักเกณฑ์การรับเด็กปฐมวัยเข้าสู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และการเข้าถึงสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ครอบคลุมทั้งเด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน เด็กด้อยโอกาส เด็กพิการ กลุ่มเปราะบาง เด็กนอกระบบการศึกษา เด็กไม่มีสถานะ การสร้างกลไกเฝ้าระวังและคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กระดับพื้นที่ การจัดทำแผนป้องกันความเสี่ยงเด็กและเยาวชนระดับต่าง ๆ การสนับสนุนพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน การการประเมินมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชนในชุมชน รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ให้สามารถสร้างรายได้จากต้นทุนวัฒนธรรม การแก้ปัญหาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การแก้ปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ การกำหนดวาระกลุ่มชาติพันธุ์ในแผนพัฒนาท้องถิ่น และการซักซ้อมแนวทางตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 465/2569 วันที่ 21 พ.ค. 69
