วันนี้ (22 พ.ค.69) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เป็นประธานเปิดการฝึกและติดตามการฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีอุทกภัย ประจำปี 2569 พื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกภาคส่วน เข้าร่วม
การฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีอุทกภัยฯ ในครั้งนี้ เป็นการฝึกซ้อมปฏิบัติ (Drill) เสมือนจริง 6 สถานี ได้แก่ 1. สถานีฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ณ ศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย อ.เมืองเชียงราย 2. สถานีการค้นหาและกู้ภัยทางน้ำ ณ หนองน้ำพุ บ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย 3. สถานีการอพยพประชาชน ณ ชุมชนเกาะทราย ชุมชนไม้ลุงขน และชุมชนเหมืองแดง 4. สถานีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ วัดพรหมวิหาร ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย 5. สถานีการแพทย์และสาธารณสุข ณ วัดพรหมวิหาร ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย และ 6. สถานีปฏิบัติการทางอากาศ ณ บ้านหินแตก ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง โดยกำหนดสถานการณ์สมมติเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก จึงได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอทุกอำเภอ ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และแผนเผชิญเหตุอุทกภัย
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี กล่าวเน้นย้ำว่า ในสถานการณ์ภัยพิบัติ สิ่งสำคัญ คือ “การสื่อสาร” ที่ต้องยิ่งสั้น ยิ่งกระชับ ยิ่งได้ใจความ เพราะทุกท่าน ณ ที่นี้ทั้งหมดรู้ว่า อะไรจะมา และอะไรเคยมา จะเป็นน้ำท่วมหรือดินโคลนที่ไหลมากับน้ำ ต้องสื่อสารให้ชัด ให้กระชับ และสำหรับระบบเตือนภัย (Cell Broadcast) เป็นเครื่องมือสำคัญในการแจ้งเตือนว่าอะไรจะเกิด เป็นการเตือนสิ่งที่คาดการณ์ (Prediction) ไม่ใช่การบอกว่าประชาชนจะต้องทำอะไร ในขณะเดียวกัน “การดำเนินการ (Execution) เพื่อช่วยเหลือประชาชน ต้องเกิดจากผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น รวมถึงทุกภาคส่วน นอกจากนี้ ต้องมี “ผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Commander)” เพียงคนเดียว เพื่อให้การสั่งการ การเป็นผู้นำบริหารสถานการณ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้การช่วยเหลือประชาชนและช่วยเหลือเจ้าพนักงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว กระชับ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า ภัยพิบัติเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องเผชิญ และจะร้ายแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวาตภัย ภัยแล้ง ดินโคลนถล่ม อุทกภัย ซึ่งทุกหน่วยราชการภายในประเทศ และหน่วยงานระดับสากลต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันทั้งหมด วันนี้ ตนพร้อมด้วยท่านพลพีร์ มาช่วยขับเคลื่อนในภาคนโยบาย แต่การปฏิบัติต้องอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการของพี่น้องข้าราชการในพื้นที่และผู้ที่อยู่หน้างาน ที่จะต้องเห็นไปด้วยกัน และทำงานเป็นทีมไปด้วยกัน
“ทุกภัยที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าจะไม่เหมือนเดิม อาจจะเปลี่ยนสถานการณ์ เปลี่ยนสถานที่ ความรุนแรงจะมากขึ้น จึงขอให้ทุกคนพึงระลึกว่า เมื่อเกิดเหตุ หรือก่อนเกิดเหตุ ต้องเอาพี่น้องประชาชน เอาสถานการณ์ในพื้นที่เป็นตัวตั้ง ใครสนับสนุนส่วนไหนได้ต้องชัดเจน แบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน โดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ภายใต้การนำของผู้บัญชาการเหตุการณ์ ต้องทำหน้าที่ รับข้อมูล กระจายออก และกลับมาทบทวน (Recheck) กับผู้บัญชาการเหตุการณ์ว่า ส่วนที่รับผิดชอบได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และฝากเรื่องการใช้วิทยุสื่อสารที่ต้องสื่อสารระหว่างกันอย่างกระชับและว่องไว เพื่อให้การบริหารสถานการณ์เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สุด“
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 470/2569 วันที่ 22 พ.ค. 69
