วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจราชการ ติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์สาธารณภัย และเป็นประธานในพิธีเปิดที่ว่าการอำเภอแก่งหางแมว (หลังใหม่) เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชน โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายสุทัศน์ นุชปาน รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 3) การประปาส่วนภูมิภาค นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี นายองอาจ พฤกษากิจ นายกเทศมนตรีตำบลสนามไชย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
การลงพื้นที่เริ่มต้นที่เทศบาลตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม โดย นายเจเศรษฐ์ ตรวจเยี่ยมสถานีผลิตน้ำประปา พร้อมรับฟังรายงานผลการดำเนินงาน แผนก่อสร้าง และโครงการปรับปรุงเพิ่มศักยภาพระบบประปาของการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่
ภายหลังรับฟังรายงาน นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนและติดตามความคืบหน้าของโครงการด้วยตนเอง เนื่องจากยังมีหลายพื้นที่ในจังหวัดจันทบุรีประสบปัญหาน้ำประปาขุ่น คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน และมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนโดยตรง จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการน้ำประปาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้มอบนโยบายให้เร่งยกระดับระบบประปาทั่วประเทศ โดยการประปาส่วนภูมิภาคได้จัดทำแผนก่อสร้างและปรับปรุงเพิ่มศักยภาพระบบประปาสาขาจันทบุรี พร้อมก่อสร้างสถานีผลิตน้ำแห่งใหม่ในพื้นที่ตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ และขยายท่อส่งน้ำรวมกว่า 127 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอท่าใหม่ อำเภอนายายอาม และอำเภอเมืองจันทบุรี เพื่อรองรับผู้ใช้น้ำเพิ่มขึ้นกว่า 30,000 ราย รวมถึงรองรับการรับโอนกิจการประปาหมู่บ้านในอนาคต เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ปลอดภัย และยั่งยืน
จากนั้น นายเจเศรษฐ์เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอนายายอาม เพื่อมอบนโยบายแก่สมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) จังหวัดจันทบุรี โดยเน้นย้ำให้เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล เครื่องมือ และอุปกรณ์ เพื่อรองรับสถานการณ์สาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้น พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเชิงรุกในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในทุกพื้นที่
ช่วงบ่าย นายเจเศรษฐ์ลงพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว อำเภอแก่งหางแมว เพื่อติดตามแผนติดตั้งระบบจ่ายน้ำช่วยเหลือภาคการเกษตร พร้อมรับฟังแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ก่อนเดินทางต่อไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลขุนซ่อง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ การเตรียมความพร้อมรับมือทั้งภัยแล้งและอุทกภัย รวมถึงร่วมกิจกรรมจัดทำธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นอีกแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
จากนั้น นายเจเศรษฐ์เป็นประธานในพิธีเปิดที่ว่าการอำเภอแก่งหางแมว (หลังใหม่) โดยกล่าวว่า อาคารแห่งใหม่นี้จะช่วยยกระดับการให้บริการภาครัฐ เพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชน และเป็นศูนย์กลางการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อให้การบริการของภาครัฐมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
นายเจเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ติดตามปัญหาด้วยตนเอง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างตรงจุด โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและภาคการเกษตร พร้อมย้ำว่าทุกหน่วยงานต้องทำงานเชิงรุก เตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย เพราะ “การป้องกันดีกว่าการเยียวยา” และการบริหารราชการที่ดีต้องเริ่มจากการรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 638/2569 วันที่ 9 ก.ค. 2569
