วันที่ 8 ก.ค. 69 นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้างานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา โดยมี นายวัชระ ธรรมปัญญาสกุล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนยะลา นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สป.มท. นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
โดยเวลา 14.50 น. รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งมหาดไทยส่วนหน้า ณ ศูนย์ฝึกอบรมกองกำลังประจำถิ่นท่าสาป จังหวัดยะลา พร้อมมอบสิ่งของและให้โอวาทเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากนั้นเดินทางไปตรวจติดตามการดำเนินงานในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนยะลา จังหวัดยะลา
นายภาสกร กล่าวว่า การลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญในการติดตามการขับเคลื่อนงานของศูนย์ฝึกอบรมกองกำลังประจำถิ่น ท่าสาป และศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน (พช.) รวมถึงการบริหารจัดการงบประมาณในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ทั้งภาคใต้ตอนบนและตอนล่างซึ่งอยู่ในความกำกับดูแลของตน โดยที่ผ่านมาตนได้ให้ความสำคัญและติดตามการจัดสรรงบประมาณอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด การเดินทางมาในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ช่วยผลักดันการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาพัฒนาแนวทางการทำงานให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด
“การจัดตั้งศูนย์มหาดไทยส่วนหน้า เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ตนให้ความสำคัญและตั้งใจมาลงพื้นที่เพื่อติดตามความพร้อมอย่างใกล้ชิด โดยการดำเนินงานในระยะต่อไป จะต้องมุ่งเน้นการยกระดับกลไกการประสานงานและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนที่ดูแลด้านความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูรณาการร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ และปลัดอำเภอหัวหน้าชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ตลอดจนทุกกรมที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องมีการหารือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลการทำงานกับพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเป็นระบบ ซึ่งการดำเนินงานจะไม่ใช่เพียงแค่การนำนโยบายจากส่วนกลางลงมาปฏิบัติแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะใช้กระบวนการแก้ไขปัญหาจากสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่เป็นแนวทางหลัก เพื่อให้ทิศทางการพัฒนาในภาพรวมสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเฉพาะการหารือร่วมกันในด้านการบริหารจัดการงบประมาณ เพื่อสนับสนุนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ผ่านการใช้ฐานมวลชนเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปัจจุบัน กลไกของมหาดไทยส่วนหน้าได้ดำเนินการจัดทำแผนการปฏิบัติงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบในเร็ววันนี้” นายภาสกร กล่าว
”ปัจจุบันนี้กระทรวงมหาดไทยได้พยายามขับเคลื่อนชุดศูนย์สั่งการชายแดนที่มีอยู่ใน 31 จังหวัดทั่วประเทศ เข้าไปบรรจุให้อยู่ในโครงสร้างของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งเป็นโครงสร้างการบริหารงานระดับชาติที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงนามเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว โดยในโครงสร้างใหม่นี้จะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นเอกภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น“
นายภาสกร กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากขอเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือการบูรณาการมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดและเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการฝึกอบรมของศูนย์ฝึกอบรมกองกำลังประจำถิ่น ท่าสาป จังหวัดยะลา อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการสืบหาข่าวสารเชิงลึกและการเฝ้าระวังป้องกันภัยแทรกซ้อนในทุกมิติ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งเน้นการปกป้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สาธารณชน เสริมสร้างสภาวะแวดล้อมที่สงบเรียบร้อย ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานและฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการสร้างสันติสุขและความมั่นคงที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 639/2569 วันที่ 9 ก.ค. 2569
