วันนี้ (9 ก.ค. 69) เวลา 10.30 น. นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมการเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมี นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สป.มท. พันเอก ธีรพันธ์ แพเรือง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา นายกฤชณัทท พลรัตน์ นายอำเภอสะเดา พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมศุลกากร หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
นายภาสกร กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เป็นการร่วมรับฟังปัญหาในด้านต่าง ๆ เพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบปัญหาอุปสรรค พร้อมทั้งตรวจติดตามความพร้อมในทุกมิติอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งในส่วนของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การบริหารจัดการเชิงพื้นที่เพื่อรองรับการสัญจร และกระบวนการพิธีการทางศุลกากรข้ามพรมแดน เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย จะเดินทางมาปฏิบัติภารกิจและร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค. 69)
“ในด้านมาตรการความมั่นคงและการอำนวยความสะดวก ต้องเน้นย้ำหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ทุกภาคส่วน ให้ร่วมกันบูรณาการและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ตลอดจนการบริหารจัดการดูแลพื้นที่สนับสนุนอย่างเข้มงวด รัดกุม และรอบคอบในทุกจุดปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับคณะผู้นำระดับสูงและผู้บริหารระดับประเทศของทั้งสองฝ่ายที่จะเดินทางมาปฏิบัติภารกิจ อย่างไรก็ดี ต้องขอให้คำนึงถึงมิติด้านการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นแนวทางสำคัญควบคู่กันไป ซึ่งจะต้องมีการวางระบบบริหารจัดการพื้นที่ การจัดระเบียบการจราจร และการดูแลเส้นทางสัญจรอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันมิให้มาตรการรักษาความปลอดภัยดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การเดินทางสัญจร ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้าชายแดนตามปกติของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่” นายภาสกร กล่าว
นายภาสกร กล่าวต่อไปว่า ด้านการเตรียมความพร้อมทางกายภาพและการดำเนินงานของฝั่งไทยในปัจจุบัน โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลัก อาทิ เส้นทางคมนาคมขนส่ง ประตูรั้วพรมแดนไทย-มาเลเซีย ตลอดจนการติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นระบบสแกนเอกซเรย์ตรวจสอบสินค้าขนาดใหญ่ และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติด้วยระบบดิจิทัล ได้ดำเนินการก่อสร้างและมีความพร้อมเปิดใช้งานได้ทันที อย่างไรก็ดี สำหรับประเด็นข้อห่วงกังวลในเรื่องการจัดช่องทางจราจรบริเวณถนนเชื่อมต่อฝั่งประเทศมาเลเซียที่ยังมีความไม่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานและระบบจราจรของประเทศไทย ทางคณะผู้เชี่ยวชาญจะได้ติดตาม ประเมินผลจากการใช้งานจริง และเร่งรัดปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการจราจรให้สอดคล้องตามหลักสากลโดยเร็วที่สุด สำหรับในประเด็นด้านการบริหารจัดการพื้นที่ของด่านศุลกากรสะเดาแห่งเดิม กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานในพื้นที่จะได้บูรณาการวางแผนระยะยาวที่จะนำมาพัฒนาปรับปรุงยกระดับให้เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชายแดนสะเดา เพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนอย่างยั่งยืน
จากนั้นในเวลา 14.20 น. นายภาสกร พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจติดตามความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมเชิงพื้นที่บริเวณคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา จนส่งผลให้โครงสร้างตลิ่งถูกกระแสน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหาย โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันเตรียมข้อมูลและอำนวยความสะดวกในพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อให้การลงพื้นที่รับฟังปัญหาของภาคประชาชนของนายกรัฐมนตรีเป็นไปด้วยความราบรื่นและสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้อย่างตรงจุด
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 640/2569 วันที่ 9 ก.ค. 2569
