นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการติดตามการดำเนินงานโครงการในพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายหลังมีประชาชนในพื้นที่สะท้อนข้อกังวลและเสนอแนวทางแก้ไขในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในการใช้เส้นทางและการสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบว่า ขณะนี้ได้ประสานให้หน่วยงานโยธาที่เกี่ยวข้องหารือกับผู้รับจ้าง เพื่อรับข้อเสนอของประชาชนไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่สามารถทำได้โดยเร็ว
“เรื่องนี้สิ่งสำคัญคือความปลอดภัยของประชาชน และการทำให้คนในพื้นที่รู้ว่า ขณะนี้หน่วยงานกำลังทำอะไร และจะดำเนินการอย่างไร เมื่อประชาชนสะท้อนปัญหามาแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปดูและเร่งแก้ไขในส่วนที่ทำได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องเดาเองว่าโครงการจะเดินต่ออย่างไร”
สำหรับแนวทางที่ได้มีการประสานในเบื้องต้น จะให้ความสำคัญกับมาตรการที่ประชาชนสามารถเห็นผลได้ในพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม เป็นต้นไป ให้เร่งดำเนินการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ได้แก่ การปิดฝาท่อในจุดที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน การจัดให้มีสัญญาณหรือเครื่องหมายจราจรที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้เส้นทางสามารถสังเกตเห็นพื้นที่ก่อสร้างและใช้เส้นทางได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำให้มีการจัดทำแผนประชาสัมพันธ์การทำงานในพื้นที่ให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นระบบ ทั้งลักษณะงาน จุดที่มีการก่อสร้าง ช่วงเวลาที่อาจได้รับผลกระทบ ตลอดจนแนวทางการใช้เส้นทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางและเข้าใจขั้นตอนการทำงานของโครงการได้อย่างถูกต้อง
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่การตัดสินแทนหน่วยงานเจ้าของโครงการหรือผู้รับจ้าง แต่เป็นการนำข้อเสนอและความกังวลของประชาชนเข้าสู่กระบวนการประสานงานของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะมาตรการด้านความปลอดภัยและการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถเร่งดำเนินการได้
“ประชาชนไม่ได้เรียกร้องอะไรที่เกินกว่าเหตุ เขาต้องการเห็นว่าพื้นที่ก่อสร้างมีความปลอดภัย และต้องการรู้ว่าหน่วยงานกำลังทำอะไร ผมจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาข้อเสนอเหล่านี้ไปทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ที่สำคัญคือทำแล้วต้องสื่อสารให้ประชาชนรู้ด้วย เพราะถ้าทำงานแต่คนในพื้นที่ไม่รู้ ก็ยังเกิดความกังวลและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้”
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวด้วยว่า การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จำเป็นต้องเดินไปพร้อมกันทั้งสองด้าน คือ การแก้ปัญหาหน้างาน และการสื่อสารกับประชาชน โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่อาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน หากมีจุดใดที่ต้องปรับปรุงเพื่อความปลอดภัย ก็ควรเร่งดำเนินการตามความเหมาะสม ขณะเดียวกันต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนให้ประชาชนรับทราบ เพื่อลดความกังวลและป้องกันความเข้าใจผิด
“ผมไม่ได้มองว่าประชาชนกับหน่วยงานเป็นคนละฝ่าย ทุกฝ่ายต้องอยู่บนเป้าหมายเดียวกัน คือให้งานเดินหน้าได้ และประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด หากมีข้อกังวลก็รับฟัง หากมีจุดที่ต้องแก้ก็แก้ และถ้ามีขั้นตอนที่ประชาชนควรรู้ก็ต้องสื่อสารให้ชัดเจน”
นายวรศิษฎ์ ย้ำว่า การติดตามเรื่องดังกล่าวจะยึดหลักการทำงานที่ชัดเจน คือ รับฟังข้อเสนอของประชาชน ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ และติดตามให้เกิดการแก้ไขในทางปฏิบัติ โดยไม่ก้าวล่วงรายละเอียดทางเทคนิคหรือกระบวนการตามสัญญาของหน่วยงานเจ้าของโครงการ พร้อมให้ทุกฝ่ายดำเนินการภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
“งานก่อสร้างต้องเดินหน้า แต่ความปลอดภัยของประชาชนต้องเดินไปพร้อมกัน และประชาชนต้องได้รับรู้ว่าแต่ละช่วงของงานกำลังทำอะไร นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็นจากการทำงานในพื้นที่”
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 935/2569 วันที่ 18 ส.ค. 2569
