วันนี้ (27 ต.ค. 69) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมราชบพิธ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำหนดและปรับปรุงพื้นที่เขตการปกครองของจังหวัดทางทะเล ครั้งที่ 2/2569 โดยมีผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ผู้แทนสำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้แทนกรมที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมเจ้าท่า กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมประมง กรมแผนที่ทหาร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ กรมศุลกากร และผู้แทนสำนักการสอบสวนและนิติกร กรมการปกครอง ผู้แทนสำนักกฎหมาย สป.มท. และผู้แทนสำนักนโยบายและแผน สป.มท. คณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่เสนอให้คณะกรรมการพิจารณา ได้แก่ การยกเว้นการจัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ โดยใช้แนวเขตและค่าพิกัดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพิจารณาให้ความเห็นชอบเขตการปกครองทางทะเลของจังหวัดชายทะเลทั้ง 22 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ตามแผนที่ที่กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ร่วมกับกรมการปกครองจัดทำขึ้น เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางกำหนดเขตการปกครองทางทะเลให้มีความชัดเจน ถูกต้อง และเป็นมาตรฐานเดียวกัน
การกำหนดเขตการปกครองทางทะเลให้มีความชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการบริหารราชการ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสนับสนุนการวางแผนเชิงพื้นที่ทางทะเล (Marine Spatial Planning: MSP) เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลเป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืน
การดำเนินงานดังกล่าว เป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ครอบคลุมจังหวัดชายทะเล 22 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร โดยที่ผ่านมาได้จัดทำบันทึกข้อตกลงและร่างแผนที่แนวเขตการปกครองร่วมกันแล้ว 20 คู่จังหวัด จากทั้งหมด 21 คู่จังหวัด สำหรับกรณีจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ ได้มีการพิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางกำหนดเขตการปกครองที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอพิจารณารูปแบบร่างพระราชบัญญัติกำหนดเขตจังหวัดทางทะเล โดยกำหนดให้มีแผนที่แนบท้ายพระราชบัญญัติ เพื่อแสดงแนวเขตการปกครองอย่างชัดเจน เข้าใจง่าย และสะดวกต่อการนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ จะใช้แผนที่ฐานของกรมอุทกศาสตร์และค่าพิกัดที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำร่างกฎหมายตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 1186/2569 วันที่ 27 ต.ค. 2569
