วันที่ 24 ส.ค. 69 เวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมอัษฎางค์ อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการศึกษาอบรมหลักสูตร “ต้นกล้าข้าราชการ” รุ่นที่ 11 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การเป็นข้าราชการมหาดไทยที่ดี” โดยมี นายจักรพันธ์ รัตนเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนัก กอง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 92 คน เข้าร่วม
นายนิรัตน์ กล่าวว่า การเริ่มต้นชีวิตข้าราชการรุ่นใหม่ในหลักสูตรต้นกล้า สิ่งสำคัญที่สุดคือการปลูกฝัง Mindset คุณธรรมและจริยธรรมประจำใจ เพื่อปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ เรียนรู้สิ่งใหม่ และไม่หลงเดินทางผิดจนกลายเป็น “ข้าราชการทิพย์” ที่เข้ามาด้วยระบบเส้นสายหรือเงินใต้โต๊ะจนต้องมาถอนทุนเบียดเบียนประชาชน เพราะความสำเร็จของลูกหลานแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายและความทุ่มเทของพ่อแม่ ดังนั้น ข้าราชการที่ดีต้องยึดมั่นในความถูกต้องเพื่อไม่ทำร้ายประเทศชาติ ไม่ทำร้ายประชาชน และไม่ทำร้ายพวกเดียวกันเอง ขณะเดียวกันต้องทำตัวเป็น “น้ำไม่เต็มแก้ว” เปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้าง ลดละอัตตาและอีโก้ ไม่นำเรื่องสถาบันหรือชาติตระกูลมาข่มผู้อื่นหรือสร้างความขัดแย้ง เพราะทุกคนล้วนมีหน้าที่ทำงานร่วมกันในฐานะข้าราชการเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
“ในยุคปัจจุบันที่สังคมจับตามองและมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด การปฏิบัติหน้าที่จะต้องแยกแยะเรื่องส่วนตัวออกจากงานหลวงอย่างเด็ดขาด ทั้งเรื่องการใช้อำนาจ การใช้ทรัพย์สินของทางราชการ เช่น โทรศัพท์ รถยนต์หลวง หรือการวางตัวในที่สาธารณะ เราจึงต้องเริ่มต้นจากการ “เอาตัวให้รอด” ด้วยการทำงานอย่างรอบคอบ มีความอดทนอดกลั้นต่ออุปสรรคและแรงกดดัน ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ด่าทอผู้อื่น และไม่ย่อท้อจนลาออกไปก่อนเวลาอันควร เมื่อสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงแล้ว จึงนำความรู้และประสบการณ์มาพัฒนาองค์กร พร้อมทั้งส่งต่อองค์ความรู้และบทเรียนจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อไม่ให้ระบบราชการต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ อันจะนำไปสู่การทำงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชน และขับเคลื่อนประเทศชาติได้อย่างแท้จริงจนถึงวันเกษียณอายุราชการ” นายนิรัตน์ กล่าว
นายนิรัตน์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญการเป็นข้าราชการที่ดีต้องเริ่มต้นจากการมีจริยธรรม จิตสำนึก และอุดมการณ์ที่ถูกต้อง ไม่ยอมทุจริตหรือกระทำผิดระเบียบกฎหมาย ควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานเชิงรุกที่ต้องรู้จักยืดหยุ่น รู้จังหวะรุกและถอย รวมถึงการนำองค์ความรู้และรูปแบบความสำเร็จ (Model) ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม เนื่องจากงานราชการไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว สำหรับกระทรวงมหาดไทย แก่นแท้ของภารกิจคือการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ซึ่งหมายถึงการทำให้ประชาชนทุกข์น้อยลงและมีความสุขมากขึ้น โดยข้าราชการต้องสร้างการยอมรับจากประชาชนผ่านความรู้ ความสามารถ ความทุ่มเท และการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง มากกว่าการพึ่งพาภาพลักษณ์หรือภูมิหลังส่วนตัว
นายนิรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ความสำเร็จของงานไม่ได้เกิดจากการทำตัวเด่นเพียงคนเดียว หากแต่อยู่ที่การสร้างทีมและการส่งเสริมบทบาทของผู้ร่วมงานทุกคน โดยยึดหลัก “ร่วมทุกข์ ร่วมสุข และเฉลี่ยเกียรติ” เพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีและความไว้วางใจระหว่างกัน นอกจากนี้ ข้าราชการต้องมีทักษะในการบูรณาการงาน 3 มิติหลักเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ได้แก่ มิติภารกิจตามกฎหมายของกรมและกระทรวง (Function) มิติเชิงพื้นที่และความต้องการของประชาชน (Area) และมิตินโยบายสำคัญของรัฐบาล (Agenda) เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ประชาชน เราต้องไม่เบียดเบียนประชาชน ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาค และไม่ผลักภาระให้เพื่อนร่วมงานหรือประชาชน ทั้งนี้ ในเส้นทางสายบริหาร ข้าราชการส่วนใหญ่ไม่สามารถเลือกสถานที่หรือตำแหน่งงานได้ และอาจต้องเผชิญกับการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ตามความเหมาะสมของทางราชการ สิ่งสำคัญคือการมีวุฒิภาวะ อดทน และพร้อมปรับตัวเพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำงานอย่างรวดเร็ว (Speed Up) โดยเมื่อได้รับมอบหมายภารกิจใดแล้ว ต้องทุ่มเททำให้ดีที่สุดทันทีเพื่อไม่ให้เกิดความเสียดายในภายหลัง
“ภาวะผู้นำที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นจากตำแหน่งหรือการบังคับบัญชาตามโครงสร้าง แต่เกิดจากการกล้าแสดงความรับผิดชอบ การพร้อมให้การสนับสนุน และการได้รับการยอมรับจากผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์จริง แม้งานราชการจะมีภาระงานที่หนักและมีความกดดันสูง แต่หากเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และยึดถือประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง ข้าราชการก็จะค้นพบความภาคภูมิใจและคุณค่าในหน้าที่ที่ได้ทำเพื่อแผ่นดิน ซึ่งจะเป็นพลังและภูมิคุ้มกันให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีความสุขในชีวิตข้าราชการ” นายนิรัตน์ กล่าวเพิ่มเติม
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 875/2569 วันที่ 25 ส.ค. 2569
