วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามเหตุใช้อาวุธปืนภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหนองปลาไหล พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดูแลความปลอดภัยและสภาพจิตใจของเด็ก ครู และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด
ทันทีที่ได้รับรายงาน นายเจเศรษฐ์ได้โทรศัพท์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เพื่อสอบถามรายละเอียดของเหตุการณ์โดยทันที พร้อมกำชับให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงาน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและรอบคอบ โดยเฉพาะการดูแลเด็กและบุคลากรภายในศูนย์ฯ
เบื้องต้น เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนผู้ก่อเหตุ คาดว่าเป็นสามีของผู้เสียชีวิต และขณะนี้ยังเก็บตัวอยู่ภายในบ้านพัก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว เพื่อให้สถานการณ์ยุติลงด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย
จากนั้น นายเจเศรษฐ์ได้เดินทางมายังพื้นที่เกิดเหตุด้วยตนเอง เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเด็กเล็กซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
มท.3 ได้หารือกับบุคลากรทางการแพทย์ถึงแนวทางการดูแลสภาพจิตใจของเด็กและครู โดยขอให้ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเข้าไปประเมินและพูดคุยกับเด็กอย่างเหมาะสมกับช่วงวัย พร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับวิธีการอธิบายเหตุการณ์แก่เด็ก โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ตอกย้ำภาพความรุนแรง และไม่ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัวเกินความจำเป็น
ขณะเดียวกัน ให้ความสำคัญกับ การดูแลสภาพจิตใจของครูและบุคลากรที่อยู่ในเหตุการณ์ เนื่องจากเป็นผู้ที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์โดยตรง โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดระบบให้คำปรึกษาและการช่วยเหลือด้านจิตใจอย่างเหมาะสม รวมถึงติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเฉพาะในวันที่เกิดเหตุ
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้มีเพียงการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับ “การเยียวยาคน” โดยเฉพาะเด็กและครูที่ได้รับผลกระทบ เพราะผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงอาจไม่ได้จบลงพร้อมกับสถานการณ์ที่คลี่คลาย แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้อีกระยะหนึ่ง
“วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทำให้เด็กและครูรู้สึกปลอดภัย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เราต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดูแล และต้องสื่อสารกับเด็กอย่างเหมาะสม ไม่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากไปกว่านี้” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนความสำคัญของการ ป้องกันและลดความเสี่ยงจากอาวุธปืนควบคู่กับการดูแลด้านสุขภาพจิต ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญ โดยจำเป็นต้องบูรณาการการทำงานระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้น และลดโอกาสการเกิดเหตุซ้ำ
“เราไม่ต้องการรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องพยายามมองเห็นความเสี่ยงและป้องกันตั้งแต่ต้น ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว เราต้องไม่ทิ้งคนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเด็กและครู ต้องดูแลเขาจนกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง” นายเจเศรษฐ์ก ล่าว
ทั้งนี้ มท.3 ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ตลอดจนดูแลเด็ก ครู และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างเต็มที่
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 969/2569 วันที่ 9 ก.ย. 2569
