วันนี้ (2 ต.ค. 69) เวลา 08.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปก.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference System
นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในวันนี้ เป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แล้ว ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่ให้ความสำคัญและมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งวันนี้มีรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบสถานการณ์น้ำท่วมในเขตภาคกลาง และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมติดตามความคืบหน้าและกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบันมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยทุกหน่วยงานได้รับทราบภาพรวมและเร่งดำเนินการในพื้นที่วิกฤตอย่างเร่งด่วน มีการบูรณาการความช่วยเหลือเพื่อเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งได้จัดตั้งทีมปฏิบัติการลงพื้นที่ในทุกมิติ จึงขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้ชุดข้อมูลเพียงชุดเดียวในการสื่อสารเพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน และเพื่อให้ทุกหน่วยงานประเมินสถานการณ์บนฐานข้อมูลเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทินต่อไปอีกว่า ขอให้ทุกหน่วยงาน รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือจากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยาที่คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค. 69 นี้ จะมีความเสี่ยงเกิดพายุฝนจำนวนมากครอบคลุมหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งต้องจัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ อาหาร ของยังชีพ แผนการจัดตั้งศูนย์พักพิง และแผนเผชิญเหตุให้พร้อมตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ
“สิ่งสำคัญคือการติดตามการดำเนินงาน รับทราบสถานการณ์ล่าสุด ประเมินและปรับแผนงานเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนแก้ไขปัญหาตามที่พื้นที่ร้องขอ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงจากความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่สภาพอากาศในระยะต่อไปยังไม่น่าไว้วางใจ จึงต้องเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป” นายอนุทิน กล่าวเน้นย้ำ
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการและเน้นย้ำให้ทุกจังหวัด เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ และปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ทั้งเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ห้องสุขา และการเตรียมศูนย์พักพิงให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา สำหรับสถานีสูบน้ำในพื้นที่ ขอให้เร่งสูบน้ำพร้อมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อระบายน้ำออกไปในแนวขวาง แนวดิ่ง และแนวคลองที่มีระบบอุโมงค์ระบายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ให้กำหนดจุดติดตั้งและติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ในการสูบระบายน้ำ พร้อมทั้งให้จัดทำระบบป้องกันน้ำล้นจากสองฝั่งคลองเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบและความเดือดร้อนของชุมชนต่อไป
สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขอให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายให้ครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน โดยต้องจัดทำบัญชีความเสียหายออกเป็น 2 ส่วน คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 69 ซึ่งต้องใช้การเยียวยาตามกฎระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่ และความเสียหายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 69 เป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลได้จัดทำประกันภัยพิบัติให้กับประชาชนจำนวน 30 ล้านครัวเรือน โดยเกณฑ์และมาตรฐานในการให้ความช่วยเหลือจะอ้างอิงมาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นส่วนใหญ่
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแล อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ทำความเข้าใจกับกฎเกณฑ์ดังกล่าวและชี้แจงให้ผู้ที่มีหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหายมีความเข้าใจที่ถูกต้อง เนื่องจากการประเมินความเสียหายจะมีผู้ประเมินจากบริษัทประกันภัยเข้าร่วมด้วย ทุกฝ่ายจึงต้องทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ในกรมธรรม์เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับเงินประกันอย่างเป็นธรรม บนพื้นฐานของความยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
นอกจากนี้ ให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการไปยัง คปภ. ให้เป็นคนกลางในการสร้างความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้รับประกันและผู้เอาประกัน รวมถึงให้เร่งประสานงานดูแลเรื่องทรัพย์สิน ยานพาหนะ รถเข็น และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมซึ่งมีความคุ้มครองจากประกันภัย คล้ายกับกรณีที่เคยดำเนินการในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา
นายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงท้ายว่า การประชุมในวันนี้เกิดประโยชน์อย่างมาก และจะยังคงมีการประชุมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นวันหยุดราชการ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถสลายตัวและกลับไปปฏิบัติงานตามปกติได้โดยเร็ว
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 1082/2569 วันที่ 2 ต.ค. 69
