วันนี้ (20 มิ.ย. 66) ที่วัดตะโก อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “1 คน 1 ต้น เพื่อคนอยุธยา” เพื่อขับเคลื่อนบทบาทการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน โดยได้รับเมตตาจาก พระเทพวัชรจริยาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราช วรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดย พระครูปัญญาวชิรคุณ เจ้าคณะอำเภอภาชี เจ้าอาวาสวัดผดุงธรรม พระครูปลัดจริยวัฒน์ รองเจ้าคณะอำเภอภาชี เจ้าอาวาสวัดตะโก และคณะสงฆ์ เมตตาร่วมกิจกรรม โดยมี นายประทีป การมิตรี นายกกชัย ฉายรัศมีกุล นายไพรัตน์ เพชรยวน นายธีรศักดิ์ โฉมสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดและประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประพันธ์ ตรีบุบผา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวอภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอภาชี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรรมการเหล่ากาชาด ชมรมแม่บ้านมหาดไทย และผู้แทนภาคีเครือข่าย ร่วมกิจกรรม
โอกาสนี้ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ถวายต้นหมันให้กับคณะสงฆ์ ผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น พร้อมทั้งมอบชุดลูกเสือ-เนตรนารี ชุดนักเรียน และทุนการศึกษาให้กับนักเรียน จำนวน 20 คน และนำผู้ร่วมงานร่วมปลูกหมัน ต้นไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามโครงการ “1 คน 1 ต้น เพื่อคนอยุธยา” ในบริเวณวัดตะโก ด้วย
““หมัน” พันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cordia cochinchinensis Pierre จัดอยู่ในวงศ์ BORAGINACEAE มีลักษณะเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้น สูง 5-10 เมตร เปลือกสีเทา ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ หรือรูปขอบขนาน กว้าง 2-3.5 เซนติเมตร ยาว 3-8 เซนติเมตร ปลายใบมน โคน ใบรูปลิ่มถึงกลม หรือหยักมนคล้ายรูปหัวใจ ช่อดอกแบบช่อกระจุกกลม เรียงคล้ายช่อเชิงหลั่น ออกตามปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีจำนวนอย่างละ 4-5 กลีบ กลีบดอกสีขาว รูประฆัง ยาว 1.4-1.6 เซนติเมตร เกสรเพศผู้ 5 อันติดภายในหลอดกลีบดอก ก้านเกสรมีขนที่โคน รังไข่อยู่เหนือวงกลีบเลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียแยก 2 แฉก แฉกหยัก 2 พู ผลแบบผนังผลชั้นในแข็ง เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8-1 เซนติเมตร เปลือกชั้นนอกสีชมพู กลีบเลี้ยงติดทน เมล็ด 1-4 เมล็ด ใช้วิธีขยายพันธุ์โดยเมล็ด ประโยชน์สรรพคุณ คือ เปลือก ใช้ทำปอ ตอกยาแนวเรือ เนื้อผล มียางเหนียวใช้ทำกาว”
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ บทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน ร่วมกับ 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อเชื่อมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาความยากจน การส่งเสริมภูมิปัญญาในการเลี้ยงชีพ การเป็นจิตอาสาเพื่อสังคม การเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง รวมถึงกิจกรรมอันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และช่วยเหลือสังคมให้เกิดความสุข สอดรับกับนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อประชาชน” ซึ่งมีพระสงฆ์ในบวรพระพุทธศาสนาของไทยเป็นแกนนำผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและทุกภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนดูแลสังคมประชาชนคนไทย และชาติต่างๆ ให้มีความสุขกาย สุขใจ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ ยังได้น้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” รณรงค์ให้ประชาชนปลูกพืชผักสวนครัว และเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับครัวเรือน นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมด้านการมีเครื่องแต่งกายในการศึกษาเล่าเรียนให้กับนักเรียนครัวเรือนยากจนตามเป้าหมาย ThaiQM และ TPMAP ตามนโยบายของนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ได้เน้นย้ำเสมอว่า คนมหาดไทยต้องพุ่งเป้าในการช่วยเหลือประชาชนทุกคนตามปณิธาน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ด้วยความเพียรอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จังหวัดฯ ได้บูรณาการภาคีเครือข่ายระหว่าง คณะสงฆ์ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” รณรงค์ให้ประชาชนปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อให้ประชาชนได้มีผักที่ปลอดสารพิษ อาหารปลอดภัย เกิดสุขภาวะที่ดี และเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับครัวเรือน รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ทุกพื้นที่มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น ตามโครงการ “1 คน 1 ต้น เพื่อคนอยุธยา” โดยการมอบต้นไม้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 158 แห่ง ๆ ละ 1,000 ต้น รวมทั้งหมด 158,000 ต้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนต้นกล้าจากศูนย์เพาะชำกล้าไม้ กรมป่าไม้
“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวพระนครศรีอยุธยาและประชาชนคนไทยทุกคนได้ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างพื้นที่สีเขียว ด้วยการปลูกต้นไม้ให้มากที่สุด พร้อมทั้งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นผู้มีความสำคัญของสังคมไทยได้เรียนรู้และสืบสอดสิ่งที่ดีเหล่านี้ ให้ได้รับการขยายผล ส่งต่อไปยังรุ่นต่อไป เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีอากาศที่บริสุทธิ์ คนไทยทุกคนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” นายนิวัฒน์ ฯ กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 585/2566 วันที่ 20 มิ.ย. 2566
