วันนี้ (24 ม.ค. 67) นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ได้จัดการประชุมการขับเคลื่อนงานจิตอาสา ในภารกิจของจิตอาสา 904 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับส่วนราชการและภาคีเครือข่าย โดยในปัจจุบันจังหวัดกาฬสินธุ์ มีจิตอาสาพระราชทาน จำนวน 91,852 คน จึงจำเป็นจะต้องมีการประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนงานจิตอาสาให้มีวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม เป็นตัวอย่าง และปฏิบัติตนตามพระราชปณิธาน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีของประชาชนคนไทย ซึ่งในการประชุมได้นำเสนอถึงแผนในการพัฒนาขับเคลื่อนงานจิตอาสา โดยการจัดทำแผนการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 2) รุ่นที่ 4/2567 โครงสร้างศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดและอำเภอ การคัดเลือกหัวหน้าและรองหัวหน้าจิตอาสาประจำจังหวัด (ภาคประชาชน) แผนการจัดกิจกรรมการสอนและสาธิตการปั้มหัวใจ (CPR) ในโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. การจัดกิจกรรมจังหวัดฯ เคลื่อนที่ และแผนการจัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันสำคัญของชาติไทย ปี 2567
นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานที่มุ่งมั่นและแน่วแน่ในการทำให้ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนคนไทย โดยพระองค์ได้พระราชทานโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันทำความดี ด้วยจิตอาสาที่จะบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยได้น้อมนำและขับเคลื่อนพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้พันธกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ผ่านการขับเคลื่อนงานจิตอาสาในระดับพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดส่งเสริมและให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมของจิตอาสาพระราชทานของภาคราชการและภาคประชาชน ผ่านกลไกการขับเคลื่อนงานของกระทรวงมหาดไทย และการนำหลักการตามศาสตร์พระราชามาใช้ โดยมีปัจจัยสำคัญ คือ การสานพลังของ 7 ภาคีเครือข่าย อันได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนสำคัญ คือ หัวใจและแรงปรารถนาของผู้นำในระดับพื้นที่ นอกเหนือจากการทำหน้าที่ราชการที่ต้องทำให้ดีเพื่อส่วนรวมอยู่แล้ว จะต้องมีความเสียสละ และมีความสุขในการทำความ ดี ด้วยหัวใจ โดยไม่ได้หวังผลตอบแทน
“โครงการจิตอาสาพระราชทานเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน เพื่อให้เกิดความสามัคคีและเกิดประโยชน์สุขต่อประชาชนผ่านกิจกรรมจิตอาสา 3 ประเภท คือ 1. กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ที่มุ่งยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาสังคม 2. กิจกรรมจิตอาสาภัยพิบัติ ที่มุ่งป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนเมื่อเกิดสาธารณภัย และ 3. กิจกรรมจิตอาสาเฉพาะกิจ ที่ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนงานพระราชพิธีที่สำคัญต่าง ๆ ซึ่งกิจกรรมจิตอาสาล้วนมุ่งหมายให้เกิดความรัก ความสามัคคี ตลอดจนเกิดความสำนึกรับผิดชอบต่อสาธารณะร่วมกัน ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เกิดความร่วมมือร่วมใจ ในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมและสังคม ที่จะส่งผลให้ประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน และเพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานจิตอาสาของภาคประชาชน ในฐานะ “ผู้นำต้องทำก่อน” ทำหน้าที่ผู้นำจิตอาสาในการดูแลพี่น้องประชาชน เป็นโซ่ข้อกลางในการทำงาน มีความทุ่มเท เสียสละ และมีความจงรักภักดีในสถาบันหลักของชาติ ร่วมกันสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดกาฬสินธุ์จึงได้มีการแบ่งหน้าที่และพื้นที่ความรับผิดชอบให้ส่วนราชการไปสู่ระดับอำเภอ โดยมีนายอำเภอเป็นผู้นำจิตอาสาในการขับเคลื่อนร่วมกับพี่น้องประชาชน ” นายสนั่นฯ กล่าวเพิ่มเติม
นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เราทุกคนมีความมุ่งมั่นในการทำประโยชน์และทำสิ่งที่ดีเพื่อประชาชนและประเทศชาติ และเราพร้อมนำสิ่งที่ดีไปขยายผลยังภาคีเครือข่าย อาทิ การขับเคลื่อนอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก การดูแลสิ่งแวดล้อม การรักษาความสะอาดเรียบร้อยของชุมชน การดูแลแหล่งน้ำชุมชน การคัดแยกขยะ การจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน การปลูกผักสวนครัว ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยกลไกภาคประชาชนร่วมเป็นประชาชนจิตอาสาที่พร้อมทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน ปลูกฝัง DNA แห่งจิตอาสา และสร้าง “สังคมแห่งการให้” ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอและด้อยโอกาส ซึ่งทั้งหมดจะช่วยทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการบำเพ็ญประโยชน์ สังคมแห่งการทำความ ดี ด้วยหัวใจ จนหลอมรวมกลายเป็นจิตวิญญาณแห่งความเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อทำให้ส่วนรวมมีความเป็นปกติสุขและมีความดีงามเกิดขึ้น ทั้งกับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 117/2567 วันที่ 24 ม.ค. 2567
