วันนี้ (19 ส.ค. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสัมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์ดำรงธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และมอบรางวัล Damrongdham Award และ People’s Emotional Award โดยมี นายสมภพ สมิตะศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายชานน วาสิกสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง น.ส.รัตนา สรภูมิ ผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ พร้อมด้วย ผู้อำนวยการสำนัก กอง หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ศูนย์ดำรงธรรมถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญและเป็นภาพลักษณ์ความสำเร็จเชิงประจักษ์ของกระทรวงมหาดไทย นับตั้งแต่การริเริ่มจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 จากจุดเริ่มต้น ณ ศูนย์บริการประชาชน กรมการปกครอง (วังไชยา) สู่การพัฒนายกระดับโครงสร้างการบริการให้ครอบคลุมทุกระดับ ทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนกลายเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และสายด่วน 1567 ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ภารกิจนี้นอกจากจะสะท้อนถึงขีดความสามารถและความมุ่งมั่นของข้าราชการในการพัฒนานวัตกรรมการบริการภาครัฐแล้ว ยังเป็นผลสัมฤทธิ์หลักในการทำหน้าที่เป็นด่านหน้าเพื่อรับฟัง ไกล่เกลี่ย และขจัดปัดเป่าความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน
“ก้าวต่อไปข้างหน้า การขับเคลื่อนศูนย์ดำรงธรรมจะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ “ตั้งรับ” สู่ “การทำงานเชิงรุก” อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านกลไกโครงการจังหวัดเคลื่อนที่และอำเภอเคลื่อนที่ เพื่อเข้าถึงพื้นที่และรับฟังเสียงของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก โดยขอให้ทุกท่านมุ่งเน้นการวิเคราะห์ คัดกรอง และชี้เป้ากลุ่มเปราะบางหรือครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่สุดในแต่ละพื้นที่ เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ตามปณิธานการทำงานที่ว่า “ปัญหาอยู่ที่ไหน มหาดไทยอยู่ที่นั่น” โดยเราต้องมุ่งมั่น “บำบัดทุกข์” ให้ลุล่วงเสียก่อน เพื่อเป็นรากฐานอันมั่นคงในการ “บำรุงสุข” ให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญที่สุดของการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ คือ “การยุติและคลี่คลายปัญหาให้เบ็ดเสร็จในระดับพื้นที่” โดยไม่ปล่อยให้ปัญหาลุกลามบานปลายจนประชาชนต้องเดินทางเข้ามาร้องเรียนยังส่วนกลาง ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะผู้นำพื้นที่และผู้รับผิดชอบโดยตรง ต้องร่วมกันลงพื้นที่รับฟังปัญหาและกำกับดูแลการแก้ไขด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และความอบอุ่นใจแก่พี่น้องประชาชนว่ามีผู้นำที่พร้อมยืนเคียงข้างและไม่ทอดทิ้งความเดือดร้อนของประชาชนในทุกสถานการณ์
“ผมขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับทุกหน่วยงานและบุคลากรทุกท่านที่ได้รับรางวัล Damrongdham Award และรางวัล People’s Emotional Award ซึ่งรางวัลเหล่านี้ถือเป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติที่สะท้อนถึงความทุ่มเท เสียสละ และความใส่ใจในความรู้สึกของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านได้ใช้เวทีแห่งนี้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถักทอเครือข่ายความร่วมมือ และนำองค์ความรู้ไปขับเคลื่อนการปฏิบัติงานจริง โดยยึดถือประโยชน์สุขของประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อทำให้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นที่พึ่งพาอันอบอุ่นและไว้วางใจได้อย่างยั่งยืน” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ รางวัล Damrongdham Award มีพื้นที่ที่ได้รับรางวัลได้แก่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี (รางวัลชนะเลิศ), ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1), ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2) รวมถึงศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอ่างทองและนครนายก (รางวัลชมเชย) และรางวัล People’s Emotional Award ซึ่งเป็นรางวัลที่สะท้อนถึงการเยียวยาจิตใจและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีผู้ที่ได้รับรางวัลได้แก่ นางสาวอนัญญา และหลี จังหวัดสตูล (รางวัลชนะเลิศ), นางสาววราวรรณ สินธุ์ชุม จังหวัดปัตตานี (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1), นางสมใจ แสงตาปัน จังหวัดชุมพร (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2) นางสาวนิตยา เจือจันทร์ จังหวัดสุรินทร์ และนางสาวพิยดา แก้วพิลา จังหวัดหนองคาย (รางวัลชมเชย)
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 843/2569 วันที่ 19 ส.ค. 2569
